มินเนียน

เรื่องย่อ: เรื่องราวของเจ้าไม่นเนี่ยน เริ่มต้นที่รุ่งสางแห่งกาลเวลา …ไม่นเนี่ยน เป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวสีเหลืองที่ได้ผ่านการวิวัฒนาการและก็ทำหน้าที่รับใช้บรรดาเจ้านายคนร้ายแสบขั้นเทวดา พวกไม่นเนี่ยนที่ล้มเหลวตลอดไปในการรักษาชีวิตเจ้านายของตนเอาไว้ ตั้งแต่แมื่อ ครั้ง.เร็กซ์ จวบจนถึงนโปเลียน พวกมันพบว่าตัวเองไม่มีเจ้านายและก็จมอยู่ในความสิ้นหวัง แต่เมื่อไม่นเนี่ยนตัวหนึ่งนามว่า เควิน มีแผนในการและก็ได้ร่วมมือกับสตวร์ทจอมเกรียน และก็บ็อบน้อยผู้สวย ในการออกเสี่ยงอันตรายในโลกกว้างเพื่อหาเจ้านายคนร้ายคนใหม่สำหรับมันและก็เพื่อนพ้อง ทั้งสามได้ออกเสี่ยงอันตรายสุดระทึกจนไปพบกับคนที่บางทีอาจจะเป็นเจ้านายใหม่อย่าง สการ์เล็ต โอเวอร์คิล (แซนดรา บุลล็อค) จอมคนร้ายหญิงคนแรกของโลก พวกมันเดินทางจากทวีปเยือกแข็งแอนตาร์กติกามายังนิวยอร์กซิตี้ในสมัย 60’s และก็ไปจบอยู่ในลอนดอน ที่ซึ่งพวกมัน จำเป็นจะต้องประจันหน้ากับความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดจนถึงในตอนนี้ นั่นคือการปกป้องเหล่า ไม่นเนี่ยน…จากการเช็ด มินเนี่ยน รีวิว: เชื่อมั๊ยว่าผู้ที่ไปดูคือพวกบ้าเห่อ… ชั้นก็คนนึงอะ คือพลอตหนังมันเป็นอะไรที่โอเค น่าดึงดูดระดับนึงกับการกลับไปพบแหล่งกำเนิดของเหล่าไม่นเนี่ยน (ที่เข้าใจผิดมาตั้งนานว่าสร้างจากเซลล์ของตัวละคร Gru: Despicable Me) แต่จริงๆคือ… ไม่รู้ก็ได้ (นี่บอกจริง) ในความเห็นส่วนตัวของเราหนังมันแอบหมดเสน่ห์ไป ด้วยเหตุว่าแทบจะทั้งเรื่องที่มีแต่ตัวเหลืองเหล่านี้ แล้วเราก็ฟังมันไม่รู้เรื่อง เว้นแต่ซะว่าคุณจะเป็นผู้ชำนาญสัก 15 ภาษาขึ้นไปรับประกันฟังเข้าใจแน่นอนคนจำนวนไม่น้อยบอกว่ามันผสมๆไม่กี่ภาษาเอง ใช่ ภาคแรกๆบางทีอาจจะใช่ มาภาคนี้ชั้นว่าไม่ใช่ละ นอกจาก อังกฤษ, สเปน, ฝรั่งเศษ, อิตาลี ล่าสุดมีภาษาอินโดนีเซียด้วยข่า จุดสังเกตุ: เวลาแต่ละตัวบอกขอบพระคุณจะบอกแตกต่างกัน ในหนังประเด็นนี้เราแอบฟัง กราเซียส(สเปน) กับ Terima Kasih(อินโดฯ) ออกเลยมานั่งช็อคอยู่ตามลำพังถึงความหดหู่ในการผลิตดิกชันนารีเวอร์ชันภาษาไม่นเนียน… (ชิงชังคนปรับปรุงบทพูด ม่างโคตรเจ้าเล่ห์) การดูการ์ตูนประเด็นนี้เสมือนย้อนกลับไปดู Tom and Jerry ที่แบบเป็น Slap Stick Comedy ทั้งเรื่อง (เฮฮาเจ็บตัว ฟาดหัว ระเบิดตกใส่ อะไรแนวๆนี้) ชั่วร้ายคือปกติอีการ์ตูน Slap Stick มันสั้นๆ3-15 นาทีไม่เกินนี้ นี่ล่อเข้าไปเป็นชั่วโมง โอ๊ยปวดใจ เสมือนนั่งดูเดี่ยวไมโครโฟนพี่โน้ส อุดมเลยอะ บางเวลาการตีตั๋วมาดูหนังเราก็อยากได้อะไรไปๆมาๆกกว่าเพียงแค่เฮฮายังไงจำได้มั๊ย? นี่เครียดจากการพยายามพินิจพิจารณาหนังหนักมาก ละบรรดาไม่นเนียนตัวเหลืองก็พากเพียรเบนความสนใจให้เราไปพึงพอใจมันมากยิ่งกว่าสิ่งแวดล้อมรอบข้าง บ้าที่สุด สรุป: ถ้าหากดูแบบไม่คิดอะไร บรรเทา สบายๆไปดูกับลูก กับแฟน ก็เอนเตอร์เทนดีค่ะ แต่หาสาระอะไรมิได้ จริงๆนะ มันคือการกลับไปดูว่า Gru กับเจ้าไม่นเนียนเหล่านี้โคจรมาพบกันได้ยังไง โดยมี Set Up เป็น สมัย 60-70 ที่ตรงนี้แอบขัดใจทำให้เรารู้สึกว่าเห้ยยย Gru แก่ขนาดนั้นเลยอ่อ?? ในหนังรู้สึกว่าสักสามสิบกลางๆแต่ถ้าหากนางเกิดสมัย 60 นี่ก็ไม่ใช่ละ มายก็อด… ให้คะแนน 6/10Continue Reading

ปรมาจารย์ลัทธิมาร ซับไทย

พึ่งดูซีรีย์จบไปเมื่อสักครู่นี้เอง ภายหลังได้ยินความโด่งดังมาสักพัก ผลที่ได้เป็น… ในขณะนี้ยังหลงอยู่ในฉันซูอยู่เลยจ๊ะ ^////^ เพราะฉะนั้นพวกเราจะขอเล่าครั้งละข้อเลยว่าพวกเราชอบอะไร รวมทั้งเพราะอะไรอยากให้ทุกคนดูนะคะ (ไม่มีสปอยจ้ะ อ่านได้เลย) 1. เรื่องราว ผู้ใดบอกหัวข้อนี้สายวาย เลยตั้งธงว่าจะไม่เข้ามาดูเด็ดขาด พวกเราบอกเลยว่าคุณกำลังพลาดซีรีย์ที่ดีเยี่ยมๆเรื่องนึง เรื่องราวของปรมาจารย์ลัทธิมารชักชวนติดตามมากเลยนะค่ะ พวกเรานี่ลุ้นตลอดเวลา บางช่วงบีบหัวใจอย่างยิ่ง ดราม่ากันกระทั่งพวกเราร้องไห้ตามไปหลายตอน ส่วนเรื่องพลังภายในนี่พวกเราก็ยกให้จีนอยู่แล้วเพราะเหตุว่าเป็นงานถนัดพี่จีนเค้า ทุกอย่างเลยออกมาดี โลเคชั่นที่ถ่ายทำก็สวยมากด้วย ซีจีสถานที่ก็เริ่ส (พวกเราชอบท่าเรือสัตตบขี้งกชที่สุดเลย สวยรวมทั้งดูแพง) 2. ความวาย หัวข้อนี้ไม่ได้วายเบอร์แรงแบบที่คุณคิดจ้ะ เพราะเหตุว่าถ้ากล่าวถึงความวายขา พวกเราบอกเลยว่าพวกเราเองก็ไม่ใช่สายนั้น พวกเราเองยังรับความแรงเบอร์สิบแบบที่ซีรีย์วายอื่นๆไม่ไหวเลย 55 แต่ว่าเพียงพอมาดูหัวข้อนี้ บอกได้คำเดียวว่า “ดีย์” จ้ะ มันพอดี ไม่น่าไม่ชอบ รวมทั้งพอดีมากๆดีย์กระทั่งพวกเราลืมไปเลยว่าหัวข้อนี้มันไม่มีนางเอก ถ้าไปอ่านนิยายหรือการ์ตูน อาจจะวายเบอร์แร๊งวยงง พวกเราคงจะยังรับไม่ไหว คงจะเพราะพี่จีนมึงกลัวซีรีย์โดนแบนด้วยแหละจ้ะ มันเลยได้มาแบบกึ่มๆละมุนๆชนิดที่ว่าถ้าคุณไม่ใช่สายวายก็ดูได้ แต่ว่าถ้าคุณเป็นสายวายอยู่แล้ว ก็จิ้นฟินจิกหมอนขาดก็ได้เลยตามสะดวก 55 3. การเคสติ้งผู้แสดง อันนี้พวกเราจะต้องตบมือให้เขาเลย ป๋อจ้าน (วั่งจีรวมทั้งเว่ยอิง) เคมีได้ทะลุเพดานไปเลยจ๊ะ น้องแสดงดีเยี่ยม สองคนนี้สามารถสื่อความรู้สึกทะลุทะลวงหน้าจอออกมาถึงพวกเราได้โดยที่เค้าเพียงแค่ยืนมองหน้ากันจ้ะ บ้าจริงเชียว คุณสุภาพสตรีทั้งหลาย คุณจะต้องเข้ามาดูความน่ารักน่าเอ็นดูของน้องเค้านะคะ ความดีงามของหัวข้อนี้ ทำให้พวกเรารู้ดีว่า การแสดงออกของความรัก ความหวังดีที่มีต่อกัน มันไม่มีความจำเป็นต้องบอก จะต้องเดินมากอด หรือจูบอะไรทำนองนั้นเลย เอาเพียงแค่สบตากัน ก็เข้าใจดีแล้วว่าห่วงใย เข้าใจดีแล้วว่านึกถึง ทุกข์ใจ รวมทั้งเป็นห่วงขนาดไหน รวมทั้งไม่ใช่แค่สองคนนี้ แต่ว่าคนอื่นๆก็สวยนุ่มนวลไปหมด คุณจะแฮปปี้มากๆแน่ๆจ้ะ 4. เพลง ซีรีย์ดี เพลงก็จะต้องเพราะเหตุว่าจริงมั้ยค่ะ เพลงหัวข้อนี้เพราะเหตุว่าทั้งเรื่องเลยจ๊ะ หลายๆเพลงนี่เอามาเปิดฟังก่อนนอนสบายแน่นอน ทำพวกเรายิ่งอิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพลงธีมของเรื่องที่ชื่อ 无羁 Wu-ji (ปราศจากกักขัง) พวกเราไปเจอเวอร์ชั่นขลุ่ยจีนมาจาก Youtube เวอร์ชั่นนี้ไม่ใช่ Original ที่เปิดในเรื่อง แต่ว่าซาบซึ้งใจมาก อยากให้ทดลองฟังกันจ้ะ ส่วนตัวสำหรับเรา เพียงพอโน๊ตตัวแรกขึ้น น้ำตาไหลออกมาเลย ทดลองฟังดูนะคะ 5. ข้อคิดเตือนใจ ส่วนตัวสำหรับเรา สิ่งที่พวกเราได้จากหัวข้อนี้เป็น คนเรานั้นเลือกเกิดไม่ได้จ้ะ แต่ว่าพวกเราเลือกที่จะเป็นไปได้ พวกเรามีสิทธิ์เลือกรวมทั้งตัดสินใจได้อย่างอิสระเสรีว่าพวกเราอยากทำ หรืออยากเป็นแบบไหน รวมทั้งมิตรภาพก็สามารถเกิดได้กับคนทุกชนชั้น ทุกเพศ ทุกวัย ไม่มีอะไรที่ห้ามสิ่งนี้ได้ ขอเพียงแค่พวกเราเปิดใจและไม่อคติต่อกันจ้ะ จบไปแล้ว 5 ข้อหลักๆที่พวกเราคิดได้ สำหรับผู้ที่กำลังมองหาซีรีย์ดู พวกเราเสนอแนะมากๆจ้ะ มีใน Netflix ด้วย Subtitle ก็แปลดีเยี่ยม ดูเถอะจ้ะ มี 50 ตอน ราวกับจะมากมายนะ แต่ว่าเอาจริงแว้บเดียวเท่านั้นแหละ 555 ส่วนตัวสำหรับเรา ..พวกเราไม่ได้รู้สึกอบอุ่นหัวใจแบบงี้มานานแล้ว ยิ่งระยะนี้เครียดมาก ทั้งเรียนไปทำงานไป พวกเราเหน็ดเหนื่อยเป็นอย่างยิ่ง แต่ว่าหัวข้อนี้ทำให้พวกเราแฮปปี้ ช่วยความเครียดลดลง รวมทั้งพาพวกเราออกมากจากชีวิตจริงได้พักใหญ่ 555 แม้ว่าพวกเราแทบไม่มีเวลาหายใจ แต่ว่าพวกเราก็ยังสามารถพาตนเองไปเวียนวนอยู่แถวท่าเรือสัตตบขี้งกชรวมทั้งเขาฉันซูได้ บ้าจริง!! สำหรับแฟนคลับวาย รวมทั้งเพื่อนฝูงพวกเราที่เชียร์ให้พวกเราดูหัวข้อนี้มาตลอด.. ในขณะนี้พวกเราพอเข้าใจพวกคุณแล้วจ้ะ ว่า #ป๋อจ้าน มันรุนแรงมากแค่ไหน ยังไงพวกเราขอพายเรือวนๆอยู่บริเวณนี้ก่อนนะคะ ถ้าไม่ติดอะไร อาจจะได้ตามพวกคุณไปในไม่ช้านี้แน่ๆ (กลัวใจตนเองมากจ้ะในขณะนี้ เพราะเหตุว่ามันดีต่อหัวใจอย่างยิ่ง ) ผู้ใดมีความคิดเห็นดีๆเพิ่มอีก อยากชักชวนเพื่อนฝูงให้มาดูหัวข้อนี้ ช่วยกันขายของได้เลยค่า ขอบคุณที่อ่านกระทั่งจบน้า The Untamed ปรมาจารย์ลัทธิมารContinue Reading

แฟรี่เทล

สรุปสั้นๆ “การเขียนบทดำเนินเรื่อง ตามแบบฉบับของ แฟรี่เทล เด่นชัด แบบที่อ่านในมังงะเป๊ะ ดำเนินเรื่องฉับไว” งานนี้สมาชิกหลัก นัตสึ เกรย์ แฮปปี้ ชาร์ล ลูซี่ เอลซ่า เวนดี้ มาอยู่ในภารกิจหลัก รวมทั้ง อ. มาชิมะ ผู้แต่งก็วางบทให้ กลุ่มรองรับงานในเกาะเดียวกัน กาซิล จูเบีย ลิลลี่ ทำให้แฟนคลับได้หายนึกถึง ซึ่งขอให้คะแนนความชื่นชอบ – แฮปปี้ เจ้าแมวที่มีไว้เพื่อตัดมุก แย่งซีน ทำหน้าที่ก้าวหน้า – จูเบีย ให้ 9 เลย น่ารักน่าเอ็นดู แย่งซีน ปล่อยมุก เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ – เกรย์ มากับมุกถอดเสื้อที่จำเป็นมาก รวมทั้งตอนท้ายขยี้มุกนี้หนักมาก – กาซิล ไอ้คนขโมยซีน ถ้าหากพี่มึงโผล่มาขโมยซีนได้เลย คะแนนเซอร์วิส – ลูซี่ เอาอันดับ 1 ไปเลย เซอร์วิสกระทั่งเต็มปลอดที่จะอนุญาตให้ทำได้แล้วมั๊ง – รองอันดับ 1 อาจจำเป็นต้องให้ ไทเทเนีย ในด้านเซอร์วิส เสียดายเปลี่ยนเกราะน้อยไปนิด – เวนดี้ ไม่มีเซอวิสสสสสสสสสสสสสสสสสสส จุดเด่น ข้างศัตรู บอสใหญ่ไม่พูดถึง สักครู่สปอยด์ บอสรอง โอเค ชั่วช้าดี ลูกน้อง : ลืมชื่อมันไปละ ไอ้ตัวที่บังคับตุ๊กตา 2 ตัว เหมือน บิ๊กซ์สโลว์ ตัวนี้คาแรคเตอร์มันได้ จอมเวทย์ พลัง K กับตุ๊กตาน่ารักน่าเอ็นดู ส่วนตัวถูกใจแฟรี่เทล ที่ศัตรูด้วย เนื่องจากว่าบางตัวทำออกมาแบบว่า คิดได้ยังไงฟ่ะ ในส่วนเรื่องราว ไม่ซับซ้อนเลย ดูง่าย ในส่วนนัตสึ เป็นภาคที่ดี คือในเรื่องราววุ่นวายรอบข้าง นัตสึ ในภาคนี้ ถามของตัวเองก้าวหน้า “ตัวเราเป็น…….. บุคคลอื่นมองเห็นพวกเราเป็นอะไร ?” รวมทั้งคำตอบที่ได้ ทำให้นัตสึไม่ต้องถามอีกเป็นครั้งที่ 2 รอบสื่อเป็นซับไทย (มีความคิดเห็นว่ามีรอบบรรยายไทยด้วยนะแต่มิได้ดู) แปลดี ซึ่งแอบเสียดายเนื่องจากว่าส่วนตัว ถูกใจ การ์ตูนบรรยายไทยมากกว่า (โตมากับอย่างงั้นนี่นะ) แต่ แฟรี่เทล ไม่ใช่การ์ตูนเด็ก ด้วยเหตุนั้น การใส่ดูดซึม ให้แฟนคลับดู ถูกที่สุด (แต่เสียงชาร์ล ประเทศญี่ปุ่น มันน่ารักน่าเอ็นดูไปนะ ไม่เสมือนที่จินตนาการเวลาอ่านมังงะ) END CREDIT รวมทั้งที่เป็นไฮไลท์คือ END CREDIT ที่นับว่า เอาการ เป็นการปูบทเพื่อศึกใหญ่ในภาคหลักที่แฟนคลับคาดว่า จะเป็นศึกท้ายที่สุดของ แฟรี่ เทล ต่อไป แน่นอน แฟรี่เทล Fairy TailContinue Reading

ลิขิตแห่งจันทร์

เริ่มจากตัวนำของเรื่องก็คือแม่หญิงดวงแก้ว และก็ หมวดโอปอ น้ำตาลทำให้เห็นว่าตัวละครสองคนนี้ “เป็นคนละคนอย่างเห็นได้ชัด” เป็นเชื่อเลยว่านี่ล่ะเป็นโอปอและก็นั่นเป็นดวงแก้ว พิจักขณา คุณ “เหน็ด” แต้ๆดก ถัดมาบิดาแพทย์แห่งอโยธยา แรกๆก็อาจขัดหูขัดตาที่จังหวะจะโคนเอื่อย แม้กระนั้นพอลองติดตามดูแล้วก็จะพบว่านี่เป็น “หลวงโอสถวรเวช” จริงๆไม่ใช่สหาย-คณิณ และก็ยิ่งเจอรอยยิ้มซื่อๆตามแบบฉบับชาวกรุงศรี ก็ยิ่งตอกย้ำซ้ำเติมว่า “นี่มันไม่ใช่การแสดง” แม้กระนั้นเป็นคนที่มีตัวตนจริงๆ ส่วนพระเอกอีกคนอย่างกระทิง แรกๆก็ขัดหูขัดตาเพราะยังดูไม่ค่อยเนียนเท่าไร แม้กระนั้นบทบู๊ทำให้มั่นใจว่า “นี่แหละเป็นตำรวจ” และก็ยิ่งดูยิ่งมีเสน่ห์บวกกับรอยยิ้มที่พยายามจะแอ๊วดวงแก้วตลอดเวลา แม้กระนั้นดูท่าจะเป็นคนขี้ร้อนเห็นเหงื่อออกทุกซีนเลยเสื้อผ้าเปียกหมด -___- พวกเราชอบซีนบู๊ทุกซีน มันเท่มาก งามมาก และก็เจ๋งมาก พี่แพทย์และก็โอปอทำได้ดีกระทั่งอาจแปลงเป็นมาตรฐานซีนบู๊ของช่องไปเลยก็ได้ เพราะอย่างกับดูหนังใหญ่เลย และก็ทำให้มั่นใจว่าต่างหากที่เป็นตัวละครในความเป็นจริงๆที่หลุดออกมาจากโลกนิยาย สรุปก็คือหัวข้อนี้ทำให้พวกเรามั่นใจว่ามันไม่ใช่การแสดง เพราะทั้งยังลักษณะท่าทาง น้ำเสียง อิริยาบถ และก็ความละเอียดของบทละคร ที่มีที่ว่ากล่าวน้อยมาก กระทั่งไม่ต้องการที่จะอยากจะจับผิดอะไร ขอชื่นชอบดาราและก็ทีมงานมากจริงๆที่แต่งตั้งละคร “โคตะระดี” อย่างงี้มาให้เราหลงเพ้อละเมอหาแม้กระนั้นตัวละครกันไม่เว้นทุกๆวัน ลิขิตแห่งจันทร์Continue Reading

ลิขิตรักข้ามดวงดาว

ปีพุทธศักราช 2231 ในยุคสมัยกรุงศรีอยุธยา อชิระมนุษย์ต่างดาวหนุ่มสุดหล่อเดินทางเข้ามาสำรวจทรัพยากรบนโลกพร้อม กับหมู่คณะ แล้วเขาก็ได้เจอกับ แม่หญิงบัว แม่หญิงวัย 15 ปีผู้กระทำให้อชิระรู้จักกับคำว่าความรักและความตาย วันนั้นคุณแทบจะพลัดตกจากผา แต่อชิระไปช่วยไว้ได้ทันทำให้อชิระไม่สามารถที่จะกลับไปขึ้นยานได้ทันการ เขาก็เลยค้างอยู่บนโลกนี้นับตั้งแต่วันนั้นจนถึงปัจจุบันนี้ คือปีพุทธศักราช 2563 รวมแล้วเป็นเวลาถึง 300 กว่าปีที่ล่วงเลยไปอชิระใช้ชีวิตผ่านหลายยุคหลายสมัยเพียงแต่เพื่อรอให้ถึงเวลาที่เขาจะได้เดินทางกลับไปยังที่ๆเขาจากมาและแล้วเวลานั้นก็มาถึง…ทางสถาบันดาราศาสตร์ของจากต่างประเทศแจ้งว่าในอีกโดยประมาณสามเดือนข้างหน้านี้จะมีดาวหางโคจรใกล้โลกเยอะที่สุดในรอบหลายร้อยปี ซึ่งการเดินทางมาของดาวหางเหล่านั้นจะช่วยให้อชิระเดินทางกลับไปยังดาวของเขาได้ อชิระรอคอยคอยตอนนั้นมานานแสนนาน เขากำลังจะจากโลกนี้ไปอย่างมีความสุขด้วยเหตุว่าเขาไม่มีพันธะผูกพันทางจิตใจหรือทางร่างกายกับคนใดกันเลย แต่มันกลับไม่เป็นอย่างที่เขาคิด…อชิระได้เจอกับ ฟ้ารดา ซุปเปอร์สตาร์สาวเบอร์หนึ่งของเมืองไทยฟ้ารดาพึ่งย้ายมาอยู่ห้องชิดกับเขาและก่อปัญหาปวดศรีษะให้เขาตั้งแต่วันแรกที่ได้เจอกัน อชิระไม่เคยคิดจะข้องแวะกับฟ้ารดาเลย จนกว่าเขาได้เห็นรูปวัยเด็กของฟ้ารดาว่าคุณมีหน้าตาเสมือนแม่หญิงบัวไม่มีผิดเพี้ยน ! อชิระพยายามคิดว่ามันเป็นแค่เรื่องบังเอิญเพียงแค่นั้น แต่ยิ่งได้ทราบจักฟ้ารดามากเพิ่มขึ้นเขายิ่งมั่นใจว่าฟ้ารดากับแม่หญิงบัวเป็นคนๆเดียวกัน แต่อชิระกำลังจำเป็นต้องจากโลกนี้ไปแล้วอชิระพยายามหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับฟ้ารดา แต่เขาดันไปทราบดีว่ามีใครสักคนกำลังปองร้ายชีวิตของฟ้ารดา เมื่อรู้เช่นนั้นแล้วอชิระจะช่วยเหลือฟ้ารดาให้รอดพ้นจากอันตรายครั้งนี้หรือเปล่า ในเมื่อเขารู้ๆกันดีอยู่แล้วแก่หัวใจว่ายิ่งเขามาใกล้ชิดฟ้ารดามากแค่ไหน เขาก็จะยิ่งรักคุณมากมายเพียงแค่นั้นหรือเขาจะเลือกไม่ยุ่งกับคุณ…ปลดปล่อยให้ทุกๆอย่างเป็นไปตามชะตากรรมของคนใดกันของมัน เพื่อที่เขาจะได้จากโลกนี้ไปได้อย่างมีความสุขดังเดิม ท้ายที่สุดอชิระจะตัดสินใจอย่างไร โปรดติดตามถัดไป… My Love From Another Star ยัยตัวร้ายกับนายต่างดาวContinue Reading

godzilla

ก็อตซิลล่า พูดชื่อนี้มาอาจจะไม่มีใครไม่ทราบ ด้วยเหตุว่ามันกล่าวได้ว่าเป็นตัวละครที่แปลงเป็นพล็อตโคตรอมตะไปแล้ว รีเม้กกันมาไม่เคยทราบกี่สิบภาค ทั้งยังเมะยุ่น ทั้งยังหนังฝรั่ง นานัปการวางแบบน่าเกลียดน่ากลัว มีตั้งแต่ตัวสูงเท่าบ้านสองชั้น จนไปถึงอาคารสูง เว่อร์วังไม่แพ้สเกลพลังระดับทำลายล้างเมือง ! คราวนี้ในปี 2019 น้องก็อตก็กลับมาผงาดอีกรอบ ภายหลังจากโชว์มาดพระเอกไปในภาคที่แล้วปี 2014 เพียงแค่คราวนี้ไม่ได้มาตัวเดียว แต่ขนกองทัพสัตว์เทวดาคู่ต่อสู้สายแคปรี่ มาดันเลนแข่งกับก็อตซิลล่า เรื่องราวจะเป็นยังไง ฉากตบกันจะอลังแค่ไหน ฝั่งทหารจะต่อกรอย่างไร อีเด็กคนนั้นเป็นคนไหนกัน จะต้องติดตามดูในโรงกันเอาเอง จุดขายหนัง เห็นด้วยเลยจ๊ะว่าปูเรื่องได้น่าติดตาม เชิญชวนสงสัยในตอนครึ่งชั่วโมงแรกของหนัง มีการเกริ่นถึงเหตุการณ์ภาคแรก พาพวกเราไปเห็นองค์กรที่เข้ามาจัดการเรื่องอสูรกาย อย่าง Monarch แล้วก็วัสดุชนิดพิเศษที่มีบทบาทในหนัง รวมทั้งเรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังครอบครัวของพระเอก เป็นหนังที่มีเรื่องมีราวราว มีการวางแผนต่างๆนานา ไม่ได้อึกทึกก็โชว์ซีจี โชว์อสูรกายมาตบกันทั้งยังเรื่อง ถึงจะมีผลให้ความอินพวกเราเทไปทางฝั่งมนุษย์มากกว่า ราชาอสูรกายตามชื่อหนัง แต่ก็มีความคิดว่าเป็นการแตกต่างที่ดีนะ มองมีชั้นเชิงไม่บ้าพลัง แต่เพียงแค่ฉากบวกน้องก็อดมันยังไม่มากมายหนำใจ ชอบการออกแบบอสูรกายตัวต่างๆทำเป็นเรียลเหมือนจริง แล้วก็มองน่าเกลียดน่ากลัว แล้วก็น่าเคารพในขณะเดียวกัน น้องก็อดพวกเราอาจจะชินรูปร่างมันไปแล้วเลยมองไม่ผิดตา แต่ตัวอื่นๆนี่แอดว่าเหมือนเป็นผู้แทนเทวดาต่างๆสุดที่รักษาสมดุลธรรมชาติของโลกไว้ แถมแต่ละตัวก็มีอัลติเตียนที่โคตรอลังในแบบของตัวเอง แล้วก็ลีลาท่าทางการต่อสู้ที่ไม่ธรรมดาจริงๆ การแสดงโดยรวมค่อนข้างดีContinue Reading

ใบไม้ที่ปลิดปลิว

ปลิดลอยละลิ่วแต่ไม่ไร้จุดหมาย ‘นิรา’ คว้าเรตติ้งตอนสุดท้าย 4.7 สูงสุดในละครหลัง แม้ผู้ชมจะมองไปดุไปกับพฤติกรรมของตัวละครที่น่าอารมณ์เสีย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ใบไม้ที่ปลิดลอยละลิ่ว ละครเรื่องแรกภายใต้การดูแลของ Change2561 ที่ถ่ายทอดบนจอช่องวัน 31 ก็คว้าเรตติ้งตอนอวสานมากที่สุดในบรรดาละครหลังข่าวสารทั้งปีที่ผ่านมาของช่องไปเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้วด้วยตัวเลข 4.7 ใบไม้ที่ปลิดลอยละลิ่ว ลาจอไปด้วยความดราม่าสุดขีดเมื่อคืนนี้ที่ผ่านมา (20 ส.ค.) และสิ่งที่ผู้ชมทุกคนต่างโจษจันเป็นการแสดงของ ‘นิรา’ ซึ่งเล่นบทโดย ใบเฟิร์น-พิมพ์พ่อ ลือวิเศษไพบูลย์ ที่เสนอชีวิตของทรานส์เจนเดอร์ผู้ทุกข์ระทมออกมาอย่างยอดเยี่ยม เรตติ้งของละครเรื่องนี้ในช่วงออกสตาร์ทบางทีอาจยังเบาๆที่ราว 1.5-1.9 รวมทั้งยังลุ่มๆดอนๆในเรื่องกระแส เพราะว่าถ่ายทอดชนกับ กลิ่นกาสะลอง ของช่อง 3 ในช่วงก่อนหน้าที่ผ่านมาด้วยก่อนที่จะเรตติ้งจะค่อยๆขยับขึ้นอย่างน่าดึงดูดด้วยความสนุกของเรื่องราว รวมถึงยังติดเทรนด์ทวิตเตอร์ในลำดับต้นๆทุกอาทิตย์ โดยเฉพาะเมื่อคืนที่แฮชแท็ก #ใบไม้ที่ปลิดลอยละลิ่วตอนสุดท้าย ก็สามารถทะยานไปสัมผัสที่อันดับ 2 ของเทรนด์ทวิตเตอร์โลกได้ แม้จะมีข่าวสารร้อนอย่าง #พีชแพท และ #แพทริเซีย รอดึงความพึงพอใจไปด้วยแซม-ยุรนันท์ ภมรินมนตรี เป็นอีกหนึ่งความน่าประทับใจของละครเรื่องนี้ ไม่ใช่เพียงแค่เขากลับมารับเล่นละครในรอบ 11 ปี แต่เป็นการคืนฟอร์มในบท ‘ดูธวัช’ ที่จะต้องแบกภาระทางการแสดงไว้พอควรในช่วงท้ายเรื่อง และเขาทำออกมาให้ผู้ชมค่อนข้างติดอกติดใจทีเดียว เรตติ้งสูงสุดในช่วงละครหลังข่าวสารเดิมเป็นของละครน้ำเน่าที่คงจะเชื่องช้าลำไยหมดสวนที่สุดที่ปีอย่าง ทะเลริษยา ที่เคยทำเรตติ้งตอนสุดท้ายสูงสุดไว้ราว 4.42 ก่อนที่จะนิราจะโค่นตำแหน่งลงด้วยตัวเลขใหม่ที่มากกว่านิดหน่อย ส่วนถ้าเกิดนับจริงๆเรตติ้งสูงสุดในด้านละครของช่องวัน 31 ตกเป็นของละครเย็น สาวน้อยร้อยล้านวิว ที่เคยทำไว้ได้ถึง 4.8 ในตอนสุดท้าย ก.ย.ที่จะถึงนี้เป็นเกมของละครใหม่ยกล็อตที่สู้กันทุกช่อง มารอดูว่าผู้ใดกันจะสามารถสร้างการปรากฏใหม่ๆให้กับโทรทัศน์ไทยได้บ้าง! ใบไม้ที่ปลิดปลิวContinue Reading

ปิดป่าหลอน

เพราะภาระหน้าที่ที่หนักอึ้งหลากหลายวัน วันนี้จึงขออนุญาตโดดเรียนมหา’ลัย ไปดูหนังไทยพึ่งเข้าเมื่อไม่กี่วันก่อน “Who…ปิดป่าหลอน” ที่นำแสดงโดย คุณแน็ก ชาลี ที่พวกเรารู้จักดีและเป็นคนดังของพวกเราเสียหน่อย ตอนผมไปดูหนังเรื่องอื่นกับเพื่อนฝูงตั้งแต่ปีที่แล้ว มองเห็นป้ายโฆษณาภาพยนตร์เรื่องนี้ตั้งเอาไว้ โทนสีขาวดำที่เชิญให้ระลึกถึงโปสเตอร์ภาพยนตร์เชื้อสายแพร่ง กับเรื่องราวที่จั่วหัว เกี่ยวกับเรื่องคนกรุ๊ปหนึ่ง กับสถานที่ออกแนวปิดตาย ทำให้ผมระลึกถึงหนังแนวสืบสาวของประเทศญี่ปุ่น และหนังแนวระทึกขวัญของฝรั่ง ที่ว่าด้วยเรื่องคนจำนวนหนึ่ง มารวมตัวกันอยู่ในสถานที่ที่มีข้อกำหนด และเกิดเหตุการณ์ที่บีบคั้น ทำให้จะต้องเปิดเผยธาตุแท้ของกันและกันออกมา ประเทศไทยมิได้มีแนวนี้บ่อยนัก ผมจึงสนใจมานานนมแล้ว ประกอบกับตอนนี้ต้องการดูหนังสักเรื่อง และอุตส่าห์โดดเรียนมาแล้ว (พฤติกรรมที่ไม่ดี ขออย่าทำตามครับผม) เลยจัดภาพยนตร์เรื่องนี้เสียหน่อย เรื่องราว : นาย “เปี๊ยก” (แน็ก ชาลี) ชายหนุ่มเซอร์ นศ.มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง แอบรักสาวร่วมสถาบัน เผอิญมองเห็นสาวคนดังกล่าว คุยกับกรุ๊ปเพื่อนฝูง ช่วงเวลาที่รุ่นพี่ (ซ้ำชั้นมาจะปีที่ 8 แล้ว) ตั้งโต๊ะเชื้อเชิญรุ่นน้องเข้าค่ายเดินป่าในป่าที่เชื่อกันว่าเมื่อเข้าไปแล้วบางทีอาจไม่ได้กลับออกมาอีก ว่าต้องการเข้าค่ายเดินป่าดังกล่าวด้วย นายเปี๊ยกที่ต้องการตามคู่รัก จึงตกลงเข้าค่ายที่จะพากันไปในสถานที่ที่แค่ฟังการเอ๋ยถึง ก็ไม่น่าไปแห่งนี้แล้วกับเขาด้วย เมื่อค่ายเริ่มขึ้น นิสิตมหา’ลัยรวม 8 คนได้ไปสมทบกับนายพรานประจำสถานที่ ผู้ชำนาณที่ในป่าดังกล่าวอีก 2 คนในสถานีรถไฟใกล้ป่า พร้อมเดินตบเท้าเดินสู่ป่าใหญ่ที่มีกลิ่นบางอย่างไม่ชอบมาพากล ฟ้าที่เปิดเป็นใจตอนลงจากรถไฟ เมื่อ 10 ชีวิตเข้าป่า กลับมืดมนลงทันใดเหมือนหนึ่งเป็นลางร้ายบางอย่าง หารู้ไม่…นี่เป็นจุดกำเนิดของการตายโดยตลอดที่กำลังจะตามมา หรือนี่จะเป็นอาถรรพณ์ของป่าที่มิสามารถต่อกรกันได้ แต่หากไม่ใช่ หรือมันจะเป็น… ข้อคิดเห็นต่อเรื่องราว : เป็นภาพยนตร์ได้เรื่องราวดี ไม่สิ…จะต้องเรียกว่าเป็นเรื่องราวระดับเซฟโซนของหนังแนวเดียวกัน และเป็นเรื่องราวที่แปลกใหม่สำหรับหนังไทย เนื่องจากหนังไทยไม่ค่อยมีแนวนี้มากแค่ไหน ส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นแนวสืบสาวโทนหนัก หรือไม่ก็แนวผีสางเต็มดูดไปเลยเสียมากกว่า เรื่องนี้ถือว่าเป็นกึ่งกลางระหว่างแนวสืบสาวและผีสาง ออกแนวมิสเทรี่ ลึกลับ แนวๆคนไหนเป็นคนทำ (Whodunit) อยู่เนืองๆ ข้อคิดเห็นต่อภาพยนตร์ : อย่างที่กล่าวไป ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้เรื่องราวเซฟโซนที่ดี ที่เหลือก็คือการถ่ายทอดออกมาให้ดี สมกับที่ไต่ระดับอยู่บนเซฟโซน ผลเป็น…ที่มีดี คงจะมีแค่เพียงเรื่องราวเท่านั้น ลำดับเรื่อง การถ่ายทอดของภาพยนตร์เรื่องนี้ออกจะงง ฉาบฉวย ไม่ประติดประต่อเสียกระทั่งผู้ชมมึน การนำทิวทัศน์เดิมๆกลับมาฉายซ้ำ ทำให้เกิดความรู้สึกซ้ำๆซากๆยังไงชอบกล ก่อนที่จะถึงหนึ่งในสามทั้งผองของภาพยนตร์ เป็นตอนปูนักแสดงอีกทั้ง 10 คนที่ควรจะเป็นคนเดินเรื่อง และติดอยู่ในป่าร่วมกัน ก่อนเกิดเรื่อง เป็นตอนที่เละตุ้มเป๊ะที่สุด ต้องการใส่อะไรก็ใส่มาเต็มที่ บทพูดมองผิดธรรมชาติ ประดิษฐ์ประดอย ดารานอกเหนือจากคนที่พวกเราคุ้นตาคุ้นตากันอย่างแน็ก ชาลี อาเล็ก สมชาย อำนาจกุลที่ยกย่องรัก และดาราที่ไม่ค่อยคุ้นตา แต่ยังเพียงพอเล่นถึงอยู่บ้าง แข็งเสียกระทั่งน่าอึดอัดอย่างไม่น่ายกโทษ ผู้กำกับปลดปล่อยผ่านมาได้ยังไง คำบอกเล่าที่เว้นวรรคของดาราที่พวกเราไม่คุ้นหน้า (แต่จะต้องถือว่าเป็นนักแสดงหลัก เนื่องจากอยู่ในกรุ๊ป 10 คน) โดยไม่เป็นธรรมชาติเช่นเดียวกันกับตนเองลืมบทกลางคัน และไร้การตัดต่อของคณะทำงานข้างถ่ายทำ ที่ควรจะทำให้มันลื่นไหล นี่ยังไม่นับนักแสดงสมทบนอกเหนือคนอีกทั้ง 10 ที่การแสดงนี่ท่องบทอย่างแกงจับฉ่าย และเล่นใหญ่เสียกระทั่งเฟคมากมายอีกนะ กลับมาที่เรื่องเรื่องราว และการดำเนินเรื่อง หากวินิจฉัยแค่เรื่องราวกับการดำเนิน เรื่องนี้ถือว่าเพียงพอไปวัดไปวาได้บ้าง ถ้าหากแต่การดูภาพยนตร์ พวกเราจะต้องนำดารามาร่วมวินิจฉัย เนื่องจากพวกเขาเป็นหัวใจสำคัญที่ถ่ายทอดเรื่องราวพวกนั้นออกมาด้วยการแสดงของพวกเขา จาก 10 คน มีนักแสดงมืออาชีพ และเล่นถึงอยู่ไม่ถึงครึ่งหนึ่ง กล่าวอีกนัยหนึ่ง…คนเกินครึ่งของ 10 คนที่เป็นตัวละครหลักสำคัญ เล่นได้ออกจะสอบตก ทำให้คนที่แสดงได้โอเคก็ยังแบกไว้ไม่ไหว การรับส่งอารมณ์จึงไปไม่ถึงกันและกันในหมู่ดารา ได้ผลสำเร็จให้ผู้ชมรับอารมณ์ได้อย่างขาดๆเกินๆแปลงเป็นไม่อินไปสุดท้าย ภาพยนตร์เรื่องนี้จึงเกือบจะสอบตกในบัดดล เนื่องจากตัวดารา นี่ยังไม่นับเรื่องราวที่ถึงจะเพียงพอเข้าวัดได้ แต่ก็เรียกไม่ได้ว่าเข้าวัดไปได้อีกทั้งเรื่องนะ เนื่องจากยังมีบางจุดที่เกิดการกระทำที่ไม่สมเหตุสมผลอย่างน่างงในนักแสดงอีกต่างหาก (เพียงแต่จุดนี้ไม่ใช่จุดใหญ่อะไรมากมาย คิดต่อเอาเองได้ ถ้าหากแต่มันเป็นการคิดเองของผู้ชม มิใช่ความต่อเนื่องที่หนังส่งมาให้โดยตรง) น่าเสียดายเอามากๆทั้งที่หากดาราเล่นดี หรือหามืออาชีพกว่านี้มา หนังเรื่องนี้บางทีอาจจะยกฐานะขึ้นมาขั้นหนึ่งเลยทีเดียว อ๋อ…มือตัดต่อ และวางลำดับเรื่องด้วย หากจัดให้เป็นระเบียบเรียบร้อยมากยิ่งกว่านี้อีกนิด คงจะโอเค ซาวน์ตอนที่ยังไม่เกิดอะไรขึ้นข้างในเรื่องนี้ใส่มาได้ไม่ถูกจังหวะ และไม่น่าสนใจเอามากๆเหมือนกับรายการตัดต่อเองของพวกเด็กที่ทำเล่นกันในยูทูป ยังดีที่ตอนเรื่องเริ่มเดินอย่างเป็นจริงเป็นจัง ซาวน์ยังเปิดได้ถูกจังหวะอยู่ ทีแรกๆก็กลัวว่าซาวน์จะมาไม่ถูกเรื่องราวกับครึ่งที่เปิดตัวนักแสดงอยู่เสียอีก หากมองดูในทางการแสดง จะต้องถือว่าดาราคนอื่นนอกเหนือคนที่โอเคอยู่แล้ว แสดงดีขึ้นมาหน่อยนึง ไม่รู้เนื่องจากการบิ้ว หลังจากมีคนตายไปครั้งละคนๆของตัวเรื่องเองหรือไม่ ที่พาให้คิดว่าเขาและเธอพวกนั้น เล่นได้ดิบได้ดีขึ้น เมื่อนักแสดงตายครั้งละคนๆกระทั่งเกือบจะหมดวง และเหลือคนอยู่กรุ๊ปในที่สุดแล้ว บรรยากาศออกจะทำออกมาได้ดิบได้ดี น่าสงสัย ระแวง ไม่น่าเชื่อ และไม่น่าเชื่อถือคนไหนทั้งปวง หากผู้กำกับ หรือมือตัดต่อทำให้บรรยากาศพวกนี้มีตั้งแต่เวลาที่เรื่องเริ่มเกิดขึ้น อาจจะเป็นผลให้การแสดงที่ไม่ถึงกับขนาดของคนหลายท่านในเรื่องถูกมองข้ามไปได้ก็เป็นไปได้ แต่ก็น่าเสียดาย ที่บรรยากาศนี้อยู่แค่เพียงตอนช่วงเวลาสั้นๆเท่านั้น ถึงแม้เรื่องนี้จะดูเหมือนเป็นอาถรรพณ์ของสิ่งลึกลับในป่าดงพงไพร แต่ดูเหมือนกับว่า…เรื่องจริงแล้วจะเป็นฝีมือของมนุษย์เป็นๆที่ยังมีลมหายใจ (แน็ก ชาลี ให้สัมพาษณ์เอาไว้วภาพยนตร์เรื่องนี้มิใช่หนังผี) ซ้ำยังเลวร้ายยิ่งไปกว่านั้น…บางทีอาจอยู่ในกลุ่มของผู้คนอีกทั้ง 10 เองอีกด้วย แต่ตอนสุดท้ายกลับเป็นปลายเปิด ปลดปล่อยให้คิดกันเอาเอง แม้จะมีการใบ้เอาไว้เปลี่ยนๆและตาม นี่บางทีอาจเป็นสิ่งที่คณะทำงานทำขึ้นมา เนื่องจากอยากที่จะให้ผู้ชมเก็บไปถก และคิดเองกันอย่างเมามันส์ แต่เศร้าใจด้วย…มันเป็นสิ่งที่ให้เก็บไปคิดต่อได้อย่างแป๊กเอามากๆคือมันไม่น่าเก็บไปคิดต่อขนาดนั้น เรื่องนี้ขอไม่ให้แต้ม สรุปว่าไม่ถึงครึ่งหนึ่งของคะแนนเต็มตามใจเป็นเพียงพอ หากเข้าไปมองแบบคาดหมายหนังลุ้นระทึก หาตัวฆาตกร แอคติ้งดารา ผ่านไปได้เลยครับ แต่หากไม่คาดหมายอะไร (ราวกับผม) บางทีอาจมองพอกล้อมแกล้มไปได้ หวังว่าหัวข้อนี้จะเป็นตัวตัดสินใจให้คนที่ไม่เคยมอง เลือกได้ว่าจะไปดูหรือไม่นะฮะ ส่วนคนที่มองมาแล้ว คิดยังไงกับเรื่องนี้กันบ้างครับ หากต้องการคุยเกี่ยวกับเรื่องราว ครอบสปอยล์ไว้ด้วยนะ ผมมีคำถามจะมาถามท่านที่มองมาแล้วด้วยว่า…   WHO? ปิดป่าหลอน  Continue Reading

KUMANTHONG

นานๆครั้งที่หนังเวียดนามจะได้โอกาสเข้าฉายในโรงภาพยนตร์บ้านเราแบบวงกว้างและก็ได้รอบฉายค่อนข้างจะเยอะ แถมยังเข้าฉายทั้งสองระบบเป็นบอกภาษาเวียดนามและก็ฉบับบรรยายไทยอีกต่างหาก กุมารทองคำ KUMANTHONG (Thất Sơn Tâm Linh) ฉบับหนังเวียดนามเรื่องนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์จริงในสมัยก่อน โดยตัวหนังบอกเล่าเรื่องราวของหญิงสาวอาภัพอย่าง ซอย (หว่าง เอี๊ยน จีบี) สาวใบ้และก็หูหนวกที่ดำรงชีวิตอยู่ในหมู่บ้านบ้านนอกของปากแม่น้ำโขง ชีวิตของคุณไม่มีอะไรพิเศษนัก จนถึงวันหนึ่งมีชายแปลกหน้าที่เดินทางล่องเรือมาหยุดที่หมู่บ้าน เขาชื่อ ลลิว ฮวน (กวาง ต๋วน) ที่อ้างตัวเองว่าเขาเป็นหมอปราบผีและก็ร่างทรง ซึ่งเขาได้ช่วยเหลือคนในหมู่บ้านจากการโดนมนต์ดำและก็ไสยศาสตร์หลายราย กระทั่งราษฎรเริ่มยกย่องฮวนอย่างเร็ว ไม่นานนักฮวนเริ่มหลงใหลในตัวซอย ทำให้เขาตกลงใจขอคุณแต่งงาน เริ่มแรกซอยรู้สึกโชคดี แต่ไม่นานนักคุณเริ่มค้นพบว่าความรักคราวนี้มาพร้อมกับจุดหมายแอบแฝง เมื่อคุณได้ค้นพบว่าผัวของคุณนั้นมีสมัยก่อนอันลึกลับ และก็กลยุทธ์ร้ายที่ เขาจะดำรงชีวิตมนุษย์เซ่นสังเวยเพื่อทำพิธีกรรมบางสิ่งบางอย่างให้บรรลุผล แล้วคุณจะเอาตัวรอดอย่างไรเมื่อค้นรอบตัวไม่มีใครเชื่อ “สาวใบ้” อย่างคุณเลยสักคน หากแม้กุมารทองคำ KUMANTHONGจะมีวิธีการเดินเรื่องที่ดูเชยๆแต่ด้วยใจจริง ใสซื่อและก็เสนอทั้งหมดทุกอย่างแบบตรงไปตรงมา ชัดตามสไตล์ “หนังไทยโบราณ” อาทิเช่น นางเอกที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ สาวตัวร้ายที่เปิดเผยจริตความมารยาสาไถยให้ผู้ชมเห็นตั้งแต่ต้น คนรอบข้างนางเอกที่ดูไร้ความฉลาด ตัวร้ายในรอยเปื้อนผู้แสดงนำชาย เป็นต้น สิ่งพวกนี้ถูกนำไปผูกอยู่กับวิถีแนวคิดที่ว่า “เกิดเป็นหญิงตามที่เป็นจริงทุกข์ยากลำบาก” ได้อย่างน่าสนใจ เราจะเห็นตั้งแต่ต้นเรื่องว่าซอย เป็นสาวใบ้ที่ถูกสังคมกลั่นแกล้งไม่ว่าจะเป็นเด็กๆที่เห็นคุณเป็นตัวตลกโปกฮา ราษฎรที่ดูคุณ “ต่ำ” กว่าคนทั่วไป (บ่อยครั้งมักจะมีประโยคที่ว่า “คนเป็นใบ้จะไปรู้เรื่องรู้ราวอะไร”) แถมการที่คุณแต่งงานกับฮวน ยังถูกบรรดาสตรีแซ่บๆคนอื่น ดูคุณว่า สตรีคนนี้มีอะไรดีมากกว่าตัวเองกระทั่งถูกสตรีกลุ่มนี้เหยียดหยามด้วยสายตาบ่อย มิหนำซ้ำ หนังยังปรากฏฉากที่ ซอยวิ่งหนีฮวนด้วยความหวาดกลัว หลังจากค้นพบข้อเท็จจริงอันน่าตกใจที่ว่าสตรีที่ล่องหนไป เปลี่ยนเป็นศพนอนไม่มีหัวอยู่ใต้ถุนบ้าน การที่ซอยวิ่งมาขอความช่วยเหลือจากพ่อ แต่โดนผัวตัวเองมาลากตัวกลับไปอยู่ที่บ้านไปแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างเฉย ฉากพวกนี้เป็นเหตุการณ์สะท้อนหัวใจและก็ทำให้ผู้ชมเห็นอกเห็นใจนักแสดงซอย ว่าคุณโดนสังคมรังแกในทุกแบบเลยก็ว่าได้ แน่นอนว่าการที่ผู้ชมได้เห็นนางเอกโดนกระทำย่ำยีมาตลอดทั้งเรื่อง ตอนจุดไคลแมกซ์ที่คุณจำต้องฆ่าให้รอดจากผัวของตน ก็เลยถือเป็นไฮไลท์ที่จัดได้ว่าตื่นเต้น น่าเอาอกเอาใจช่วยนักแสดงอย่างแท้จริง และก็ยังเปิดเผยข้อเท็จจริงที่ว่าสุดท้ายแล้วต่อให้สังคมทำร้ายคุณขนาดไหน สตรีใบ้อย่างซอยก็จำต้องสู้ยิบตา เพื่อให้ตัวเองรอดชีวิตต่อไป หากคนใดอยากจะลองสัมผัสหนังเพื่อนบ้านของเราในโรงภาพยนตร์ นี่เป็นจังหวะที่ไม่น่าพลาด เพราะเหตุว่านานครั้งปีหนถึงจะมีความเพลิดเพลินจากเวียดนามมาขึ้นจอใหญ่ครับ KUMANTHONG กุมารทอง ราคะ-เฮี้ยนContinue Reading

มือปืน โลกพระจัน 2

ทำใจไว้แล้วว่าไม่เกี่ยวอะไรกับภาคแรก แต่ว่าพอดูก็รู้สึกน่าผิดหวังอยู่ดี หนังมาพร้อม High Concept สูงมากมาย มีความทะยานอยากสูง ทั้งการบ้านการเมือง ดราม่า เอเลี่ยน ยันพระเจ้า การสร้างมนุษย์ แต่ว่าดูแล้วราวกับเมากาว มาเล่าแบบแถๆมากยิ่งกว่า เสียดายเซ็ทอัพมัน มันพร้อมจะเป็นหนังที่ดีได้ แต่ว่าหนังเล่าแบบขาดๆเกินๆจะขบขันก็ไม่ตลกเต็มเปี่ยม / จะมุ่งมั่น ก็ไม่ซีเรียสเต็มเปี่ยมอีก มองทีเล่นทีจริงไปหมด เวลาที่ผลงานปัจจุบัน ที่ผ่านมาของผู้กำกับยุทธเลิศ อย่าง ดอกฟ้าหมาแจ๊ส ที่ไฮคอนเซ็ปต์เหมือนกัน (ย้อนเวลา) กลับทำเป็นดีมากยิ่งกว่ามากมาย เพราะเหตุว่ามันไม่เล่าเกินความสามารถ คำพูดตลกหน้าตายก็พอดีกับเส้นมุ่งมั่นของมัน เลยชอบ “ดอกฟ้าหมาแจ๊ส” กว่ามากมายๆ แต่ว่ามือปืน2 มุขหน้าตายมันล้น ราวกับต้องการหน้าตายแต่ว่าคาเฟ่ ต้องการจะมุ่งมั่น แค่ก็ราวกับคุยโว เลยไม่มีอะไรพอดีทุกๆสิ่งทุกๆอย่างฉากแอ็คชั่นก็ทำออกมาส่งเดช ยิงกันก็ไม่ดุเดือดอะไรเลย ฉากยิงกันใน “มือปืนดาวพระเสาร์” ยังดุเดือด มีเลือดคลุ้งกว่า (ไม่นับมือปืนเดิม ที่ทำแอ็คชั่นออกมาดี เพราะเหตุว่าหนังมาเวย์ขบขันแอ็คชั่นเต็มตัวอยู่แล้ว) สิ่งที่ดี ที่พวกเราสัมผัสได้ จากหนังหัวข้อนี้ มี 3 สิ่ง 1. เส้นดราม่า โจ๊กโซคูล กับกิ๊บซี่ที่ ต้องการพาคู่รักใกล้ตาย ไปดูแสงสว่างเหนือ (เห็นกระจ่างว่ายุทธเลิศยังเล่าเรื่องดราม่าเล็กๆได้ดิบได้ดี) 2. Setting ประเทศไทยหิมะตก ที่มองแปลกตา และไม่ค่อยมองเห็นในภาพยนตร์ไทยเรื่องไหน 3. เพลงประกอบ ตราบผงดิน เวอร์ชั่นContinue Reading