“ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกมาแซงชนะ เซาแธมป์ตัน ไปแบบสุดมัน และนี่คือ 4 สิ่งที่ได้เห็นจากเกมนี้ 1.โซลชาร์ขอมา-คาวานีจัดให้ เกมนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกอยู่ภายใต้สถานการณ์อันยากลำบากภายหลังโดน เซาแธมป์ตัน ยิงนำไปก่อนในครึ่งแรกถึง 2-0 อย่างไรก็ตาม ต้องชื่นชมการแก้เกมอันรวดเร็วของ โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ ที่ตัดสินใจส่ง เอดินสัน คาวานี กองหน้าประสบการณ์สูงลงสู่สนามมาตั้งแต่ตอนต้นครึ่งหลัง แทนที่ เมสัน กรีนวูด ที่ความมั่นใจหาย หลุดไปยิงจ่อๆยังไม่เข้า ซึ่ง คาวานี ก็ตอบแทนจังหวะที่ได้รับได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยการผ่านบอลให้ บรูโน เฟอร์นันเดส ยิงให้ยูไนเต็ดไล่มาเป็น 1-2 ก่อนจะมาทำอีก 2 ประตู ช่วยทีมพลิกแดนนรกกลับมาเอาชนะ 3-2 ได้อย่างสุดยอด รวมทั้งควรได้การันตีเป็นตัวจริงอย่างสม่ำเสมอได้แล้ว 2.แรชฟอร์ด ต้องปรับจังหวะในที่สุด ถ้าเอ่ยถึงเรื่องประสิทธิภาพของฝีเท้ารวมทั้งความเร็ว มาร์คัส แรชฟอร์ด ไม่เป็นรองคนใดกันแน่แน่นอนสำหรับตำแหน่งกองหน้ากึ่งปีก แต่ว่าเกมนี้มีข้อความสำคัญให้ต้องเอ่ยถึงในระหว่างที่ปิศาจแดงตามหลัง 0-2 แรชฟอร์ด มีโอกาสหลุดเข้าไปในจุดโทษ รวมทั้งมี คาวานี วิ่งมาประคับประคองรวมทั้งคงจะมีโอกาสทำประตูที่ดีมากยิ่งกว่า แต่ว่า แรชฟอร์ด เลือกที่จะไม่ส่งก่อนจะยิงเองไปติดเซฟผู้เฝ้าประตู นอกจากนี้ยังมีจังหวะผ่านบอลไปให้ เฟร็ด ทั้งๆที่ เฟร็ด ล้ำหน้าอยู่ ซึ่งจังหวะนี้เจ้าตัวควรตัดสินใจยิงเองมากกว่า นี่คือสิ่งที่แรชฟอร์ดยังต้องใช้เวลาในการแก้ไขถัดไป แต่ว่าอย่างน้อยเกมนี้เขาก็ช่วยทีมด้วยการเปิดบอลให้ คาวานี ทำประตูชัยได้ 3.ผีโชว์จิตวิญญาณนักสู้-เซาแธมป์ตันครึ่งหลังไม่ถูกฟอร์ม เชื่อว่าการคัมแบ็กกลับมาคว้า 3 แต้มในนัดนี้ของ ปิศาจแดง คงจะทำให้แฟนบอลของพวกเขาเป็นสุขกันสุดๆเพราะเป็นการบอกให้เห็นถึงสปิริตนักสู้ ไม่ถอดใจหรือยอมแพ้ง่ายๆซึ่งนี่เป็นคุณทรัพย์สินของทีมที่จะประสบผลสำเร็จ การตามข้างหลัง 2 ประตูในการพบกับทีมที่กำลังฟอร์มแรงรวมทั้งอยู่ในท็อป 5 ของตารางคะแนน มันไม่ใช่ง่ายอยู่แล้ว แต่ว่าในที่สุดสมาชิกของ โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ ก็ทำได้ดีมากยิ่งกว่าที่คิดเอาไว้ เปลี่ยนจาก 0 คะแนน เป็น 3 คะแนนได้เสร็จ ส่วน เซาแธมป์ตัน ไม่มีอะไรให้ต้องเสียใจ พวกเขาบอกให้เห็นแล้วว่าเป็นทีมที่ดีรวมทั้งทำให้คู่แข่งต้องประสบพบปัญหา แต่ว่าโชคร้ายที่ครึ่งหลังพวกเขาเล่นกันไม่ถูกฟอร์มไปหน่อย อาจจะเกิดขึ้นเนื่องมาจากใช้พลังงานในครึ่งแรกไปเยอะแยะจนถึงทำให้ครึ่งหลังมีอาการล้าก็เป็นได้Continue Reading

โลส วัวลโชเนรอส ต้องลุ้นเข้ารอบในเกมสุดท้ายกับ ซัลซ์บวร์ก ข้างหลังโดนเสือใต้ที่เข้ารอบไปแล้วไล่ตีเสมอช่วงท้ายเกม ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 2020/21 รอบแบ่งกลุ่ม กรุ๊ป เอ คู่ระหว่าง แอตเลตำหนิโก มาดริด เปิดสนามว่านต๋า เมโทรโปลิตาโนต้อนรับการมาเยือนของ บาเยิร์น มิวนิค ยี่ห้อหมี ของ ดิเอโก ซิเมโอเน อยากได้ 3 แต้มเพื่อการันตีการเข้ารอบ เกมนี้จัดชุดใหญ่วางหมากมาในระบบ 4-4-2 นำโดย ซาอูล ญีเกซ , โกเก , ยานนิค การ์ราสโก , อังเคล กอร์เรอา รวมทั้ง เจา เฟลิกซ์ คู่หัวหอก ฝั่ง เสือใต้ ลอยลำเข้ารอบไปแล้วในฐานะแชมป์กรุ๊ป เกมนี้ ฮันซี ฟลิคส์ ที่ปรึกษาเปิดโอกาสนักฟุตบอลสำรองรวมทั้งดาวรุ่ง นำมาโดย เลรอย ซาเน , ดักลาส คอสตา , จามัล มูเซียลา รวมทั้ง เอริค มักซ์ซิม ชูโป-โมติง นาทีที่ 26 เจ้าถิ่นมาได้ประตูนำก่อน จากจังหวะ มาร์กอส ยอเรนเต เพิ่มเกมทางด้านขวากระทั่งสุดเส้นข้างหลังก่อนเปิดหักกลับมาหน้าปากประตูให้ เจา เฟลิกซ์ ชิงจังหวะเข้าชาร์จ แอตฯ มาดริดนำ 1-0 เกมครึ่งแรกเป็นทางเจ้าถิ่นที่แม้ว่าจะครอบครองบอลน้อยกว่าบางส่วน แต่มีโอกาสทำประตูมากกว่าทำให้ จบ 45 นาที แอตฯ มาดริด 1 บาเยิร์น 0 ครึ่งหลังนาทีที่ 67 โฆเซ ฆิเมเนซ แผงหลังคนสำคัญของยี่ห้อหมีเจ็บกระทั่งเล่นต่อไม่ไหวต้องเปลี่ยนแปลงเอา เฟลิเป ลงมาเล่นแทน นาทีที่ 86 ทีมเยือนมาได้ลูกโทษที่จุดลูกโทษจากจังหวะ เฟลิเป ไปสกัดขา โธมัส มุลเลอร์ ล้มลงรวมทั้งเป็น มุลเลอร์ ยืนขึ้นมาสังหารเอง บาเยิร์นตีเสมอเป็น 1-1 เวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มมิได้ จบเกม แอตเลตำหนิโก มาดริด เสมอ บาเยิร์น มิวนิค 1-1 แบ่งกันไปฝั่งละแต้ม ยี่ห้อหมี แข่งขัน 5 นัด มี 6 คะแนน ต้องลุ้นเข้ารอบเกมสุดท้ายในเกมกับ เรดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ส่วนเสือใต้แข่งขัน 5 นัด มี 13 คะแนนรั้งอันดับ 1 ของตาราง รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม แอตเลตำหนิโก มาดริด (4-4-2) : แยน โอบลัค (GK) , คีแรน ทริปเปียร์ , สเตฟาน ซาวิช , โฆเซ ฆิเมเนซ (เฟลิเป น.67) , มาริโอ เอร์โมโซ , มาร์กอส ยอเรนเต , ซาอูล ญีเกซ , โกเก (C) , ยานนิค การ์ราสโก (เรนาน โลดี น.87) , อังเคล กอร์เรอา (เอ็คโคนร์ เอร์เรรา น.80) , เจา เฟลิกซ์ (โธมัส เลอร์มาร์ น.87) บาเยิร์น ไม่วนิต (4-2-3-1) : อเล็กซานเดอร์ นูเบิล (GK) , ลูกาส์ แอร์กน็องเดซ , ไบรท์ อาเรย์-เอ็มบี (แซร์จ กนาบรี น.61) , นิคลาส ซูเล , บูทุ่งนา ซาร์ (คริส ริชาร์ด น.62) , ดาวิด อลาบา (C)Continue Reading

“ดาร์บี้แมตช์ลอนดอน” จบสิ้นลงด้วยการแบ่งแต้มกันไปแบบไม่มีสกอร์ หลัง เชลซี แม้ว่าจะเป็นไปได้มากกว่าแต่เจาะ สเปอร์ส ไม่เข้าก่อนจบด้วยการเสมอกันไป 0-0 นำมาซึ่งการทำให้ “ไก่เดือยทอง” มี 21 แต้มเท่ากับ ลิเวอร์พูล แต่ลูกได้เสียดียิ่งกว่าทำให้แซงขึ้นนำผู้นำฝูง ส่วน “สิงห์บลูส์” รั้งอันดับ 3 มี 19 คะแนน ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนนี้วันอาทิตย์ก่อนหน้านี้ เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนนี้วันอาทิตย์ที่ 29 พ.ย. ก่อนหน้านี้เป็น “ลอนดอนดาร์บี้” ระหว่างเจ้าถิ่น เชลซี ต่อกร สเปอร์ส ซึ่งเกมนี้ถ้าเกิดทีมใดคว้าสามแต้มได้จะแซง ลิเวอร์พูล ขึ้นนำผู้นำฝูงในทันที แฟร้งค์ แลมพาร์ด จัดสามหน้าทั้งยัง ฮาคิม สิเย็ค, แทมมี่ อับราฮัม แล้วก็ ติโม แวร์เนอร์ ส่วนทางฝั่ง โชเซ่ มูรินโญ่ มี แฮร์รี่ เคน หน้าเป้าแล้วก็ให้ สตีเว่น เบิร์กไวจ์น, ต็องกี เอ็นด็อมเบเล่ แล้วก็ดื้อ ฮึง-มิน ปั้นเกมสนับสนุน เริ่มเกมมาไม่ถึง 2 นาที “สิงห์บลูส์” ได้ทักทายก่อนเลย หลัง ฮาคิม สิเย็ค ตะบันนอกกรอบบอลพุ่งแรงแต่ยังไปเข้ามือ อูเก๋ โยริส นาที 9 “ไก่เดือยทอง” เกือบจะชิงขึ้นนำไปก่อนหลังบอลสวนกลับขึ้นมาถึง เรกีล่อน ฝากเข้ากลางให้ แฮร์รี่ เคน ก่อนแทงเร็วถึง สตีเว่น เบิร์กไวจ์น แต่งเข้าขวาแต่ซัดเหาะคานไปแบบได้เสียว อีกสองนาทีต่อมา เมสัน เมาท์ แทงบอลให้ ติโม แวร์เนอร์ หลุดเข้าไปซัดหนีมือ อูเก๋ โยริส เบียดเสาเข้าไปแล้ว แต่ว่าผู้ตัดสินไม่ให้ประตูเพราะว่า แวร์เนอร์ อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า นาที 15 สเปอร์ส ได้ลุ้นอีกหลัง แซร์ช โอริเย่ร์ กดด้วยขวาสุดแรงเกิดนอกกรอบ แต่บอลยังไม่ห่างตัว เอดูอาร์ เมนดี้ ที่พุ่งปัดออกไปได้ นาที 29 เป็นโอกาสของ เมสัน เมาน์ท รับบอลจาก ก็องเต้ ก่อนเลี้ยงเข้าหน้ากรอบล็อคหนี มูสซ่า สิสโซเก๋ ก่อนกดด้วยซ้ายบอลพุ่งสูงเลยคานออกไป ไม่ถึงนาทีถัดมา สเปอร์ส โต้ตอบขึ้นมาก่อนได้ฟรีคิกกว่า 25 หลานอกกรอบแต่ แฮร์รี่ เคน ปั่นข้ามกำแพงหลุดกรอบออกไปแบบหมดลุ้น ท้ายเกมโอกาสเป็นของเจ้าบ้านมากกว่า นาที 36 โจ โรดอน กระแทกบอลทิ้งมาเข้าทาง เบน ชิลเวลล์ แต่สมัยก่อนฟูลแบ็กเลสเตอร์วอลเลย์ด้วยขวาหลุดกรอบออกไปอย่างน่าผิดหวัง จบครึ่งแรก ยังทำอะไรกันไม่ได้ เชลซี เสมอกับ สเปอร์ส แบบไม่มีสกอร์ 0-0 ช่วงหลัง เจ้าบ้านโหมบุกอย่างมาก นาที 48 รีซ เจมส์ ครอสมาให้ แทมมี่ อับราฮัม กระแทกหลุดกรอบ แล้วหลังจากนั้นอีก 3 นาทีถัดมา อับราฮัม ได้โอกาสซัดหน้ากรอบอีกทีแต่บอลก็หลุดกรอบออกไปแบบหมดลุ้น นาที 65 มูรินโญ่ แก้เกมด้วยการส่ง โจวานนี่ โล เซลโซ่ มาเล่นแทน ต็องกี เอ็นด็อมเบเล่ ก่อนนาที 74 แลมพาร์ด จะถอดเอา ติโม แวร์เนอร์ ออกแล้วส่ง คริสเตียน พูลิสิช ลงเล่นแทน นาที 81 เป็นโอกาสส่องเข้ากรอบหนแรกของช่วงหลังทั้งสองทีม แล้วก็แทบจะเป็นประตูขึ้นนำของเจ้าถิ่น หลัง เมสัน เมาน์ท ลากตัดเข้าหน้ากรอบก่อนตะบันด้วยขวาเน้นย้ำๆบอลพุ่งจะแทงเสาอยู่แล้วแต่ อูเก๋ โยริส จะไวพุ่งบินปัดปลายมือออกไป ช่วงทดเจ็บ นาที 90+3 สเปอร์ส มาคลาดโอกาสทองที่คว้าชัยหลังบอลสวนกลับมาถึงหน้าประตูแต่ โจวานนี่ โล เซลโซ่ ตกลงใจพลาดเลือกยิงหลุดกรอบออกไปแบบน่าผิดหวัง จบเกม ทำอะไรกันไม่ได้ เชลซี เสมอกับ สเปอร์ส แบบไม่มีสกอร์ 0-0 แบ่งแต้มกันไป ทำให้ “ไก่เดือยทอง” มีเพิ่มเป็น 21 แต้มเท่ากับ “ลิเวอร์พูล” แต่ลูกได้เสียดียิ่งกว่าทำให้แซงนำผู้นำฝูงส่วน เชลซี รั้งอันดับ 3 มี 19 คะแนนตามผู้นำฝูงสองแต้ม รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม เชลซี (4-3-3) : เอดูอาร์ เมนดี้ – รีซ เจมส์, เคิร์ต ซูม่า, ติอาโก้ สิลวา, เบน ชิลเวลล์ – มัตเตโอ โควาสิช, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, เมสัน เมาน์ท – ฮาคิม สิเย็ค (ไค ฮาแวร์ตซ์ น.83), แทมมี่ อับราฮัม (โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ น.79), ติโม แวร์เนอร์ (คริสเตียน พูลิสิช น.74) ผู้จัดการทีม : แฟร้งค์ แลมพาร์ด สเปอร์ส (4-3-3) : อูเก๋ โยริส – แซร์ช โอริเย่ร์, โจ โรดอน, เอริก ถางเออร์, เซร์คิโอ เรกีล่อน – มูสซ่า สิสโซเก๋, ปิเครื่องปรับอากาศ-เอมิล ฮอยจ์เบิร์ก – สตีเว่น เบิร์กไวจ์น (เบน เดวิส น.89), ต็องกี เอ็นด็อมเบเล่ (โจวานนี่ โล เซลโซ่ น.65), ดื้อ ฮึง-มิน (ลูคัส มูร่า น.90+2)Continue Reading

2 ประตูของ หงส์แดง ถูก VAR ยึดคืน ก่อนที่ VAR จะบรรจงมอบจุดลูกโทษที่ 2 ให้ ไบรท์ตัน ตีเสมอซะแบบนั้น !!! 1. เจอร์เก้น คล็อปป์ จัดกลุ่มแบบไม่เต็มสูบสักเท่าไหร่ในระบบ 4-2-3-1 โดย โฌแอล มาติ๊ป ดันมาหายตัวไปอีกคนจนจำเป็นต้องเอาดาวรุ่งอย่าง เนโก วิลเลี่ยมส์ กับ แน็ตต์ ฟิลลิปส์ ลงตัวจริง ทาคูไม่ ไม่นามิโนะ ได้ลงในตำแหน่ง ‘หน้าต่ำ’ เพื่อให้ โรแบร์โต้ ฟีร์ไม่โน่ เป็นหน้าเป้า ขนาบด้วย โม ซาล่าห์ แล้วก็ดิโอโก โชต้าส่วน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กับ ซาดิโอ มาเน่ ถูกขังไว้ในซุ้มม้านั่งสำรองก่อน แม้ว่าจะไม่สมประกอบ แต่ว่าด้วยคุณภาพแล้วก็มาตรฐานที่สูงกว่าก็น่าจะ ‘เอาอยู่’ นะครับ ว่าแล้วพลพรรคหงส์ก็เริ่มในตอน 10 นาทีแรกได้เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด 2. ไบรท์ตัน เป็นกลุ่มที่เล่นได้แบบ ‘มีทรง’ อยู่แล้วนะครับ โดยจะใช้การเซ็ตบอลจากในดินแดนตนเองพลางต่อบอลแล้วก็ทำชิ่งกันห้ำหั่นกับคู่ปรปักษ์ หลังตั้งตัวได้ พวกเขาก็เริ่มครองบอลได้มากขึ้น ก่อนใช้จังหวะหยาบ เช่นการวางตัดหลังแบ็คเข้าจู่โจม หงส์แดง ที่แนวรับมองหลวมๆแล้วก็มีช่องว่างเข้าโจมตี เจ้าถิ่นเล่นกันได้ดีเลยทีเดียว การรับจ่ายบอลแม่นยำทั้งสั้นแล้วก็ยาว แต่ว่าปัญหาที่อยู่คู่กลุ่มนวลนางดินแดนใต้มาตลอดเป็นไม่มีความเด็ดขาด บ่อยมากที่เล่นดีมีโอกาสแล้วดันปลดปล่อยให้หลุดลอยไปในอวกาศ ขนาดได้จุดลูกโทษ แล้วก็มีโอกาสขึ้นนำก่อน ยังอุตส่าห์เอามันไปเขวี้ยงทิ้งลงโถส้วมเลยครับคุณ 3.ช่วงเวลาเดียวกันมันเป็นเกมที่ หงส์แดง เล่นได้น้อยกว่ามาตรฐานของตัวเอง แบ็คขวาอย่าง เนโก วิลเลี่ยมส์ เปลี่ยนเป็นจุดอ่อน ดินแดนกึ่งกลางก็ขับเกมไม่ถนัดนัก ไม่นามิโนะ ในตำแหน่งหมายเลข 10 ก็ธรรมดาเกินไป ไม่มีทีเด็ด เกมรุกมองพองๆแล้วก็ปราศจากความดุดัน แถมหาจังหวะจบสกอร์ได้น้อยไปหน่อย แม้กระนั้น ด้วยความไม่เฉียบคมของ ไบรท์ตัน ทำให้พวกเขาถูกลงโทษ เนื่องจากมีโอกาสแล้วทำไม่ได้เอง ท้ายที่สุดเสียประตูให้หงส์แดงจนได้ 4. เมื่อ หงส์แดง ขึ้นนำ 1-0 ดูแล้วก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แม้ว่าจะโชว์ฟอร์มกันได้ไม่งามสักเท่าไหร่ แต่ว่าเกมรุกของเจ้าบ้านก็ไม่มีประสิทธิ์ภาพเพียงพอ แต่ว่าคนไหนกันแน่จะไปรู้ว่า VAR จะออกฤทธิ์ออกเดช !!! จุดลูกโทษของ ไบรท์ตัน มาจากจังหวะที่ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ไปหวดเท้าของ ดินแดนนี่ เวลเบ็ค เท่าที่มองเห็นจากภาพช้า นักเตะที่เด็กหงส์เรียกว่า ‘ร็อบโบ้’ ไม่ได้เจตนาทำฟาวล์อย่างไม่ต้องสงสัย ไม่ซ้ำในจังหวะนั้น ‘ท่านพระอิศวร’ ก็ไม่น่าจะครองบอล หรือเกี่ยวบอลไปพบจังหวะทำประตูได้ซะด้วย ตามคอมม่อนเซ้นส์ – ไม่น่าจะเป็นจุดลูกโทษนะครับ ไหมให้ก็คงจะไม่มีใครว่า ทว่าผู้รักษาความชอบธรรมอย่าง VAR กลับไม่ยินยอมปลดปล่อยผ่าน แล้วให้ผู้ตัดสินไปดูเองอีกครั้ง ผมก็มองราวกับเด็กหงส์โดยมากนั่นแหละครับว่าไม่น่าจะเป็น ‘จุดลูกโทษ’ นะ อ้าว…แล้วเหตุไฉน ผู้ตัดสินถึงทะลึ่งให้เป็นจุดลูกโทษล่ะ ??? เหตุผลที่ผมเพียงพอจะเอามาชี้แจงได้ ณ ที่นี้ เป็น…ท่านตุลาการสนามวินิจฉัยแบบ ‘เถรตรง’ ตามกฏกติกาเยอะเกินไปหน่อย คิดกล้วยๆแบบนี้ครับ เป็นถ้าหากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นนอกกรอบจุดโทษ มันเป็นการฟาวล์ยังไงครับ เนื่องจากเท้าของ โรเบิร์ตสัน หวดไปโดนเท้าของ เวลเบ็ค โดยไม่ได้สัมผัสบอล ถ้าหากเอาตามกฏมันก็ฟาวล์ หากขึ้นนอกเขตก็เป็นฟรีคิก หากขึ้นในเขต ก็เป็นจุดลูกโทษ ตามหลัก ‘นิติศาสตร์’ แต่ว่าถ้าหากใช้หลัก ‘รัฐศาสตร์’ หรือมี ‘ศิลปะ’ สำหรับเพื่อการวินิจฉัย แม้กระทั่ง เวลเบ็ค ไม่โดนสกิดจังหวะนั้นก็ทำประตูไม่ได้หรอก บอลทะลักหนีเขาไปตั้งแต่จังหวะแรกแล้ว 5. นอกจากโทษความเถรตรงเกินไปของการวินิจฉัย รวมถึงความเฮงซวยของ VAR แล้ว หงส์แดง คงจะถูกทำโทษตนเองด้วยที่เล่นไม่ค่อยดีนัก แล้วก็ยิงประตูที่ 2 เพิ่มไม่สำเร็จ กระนั้นยังขอชูตำแหน่ง แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ให้ VAR นี่แหละ สมแล้วที่โดนทัวร์ลงไปตามระเบียบ แถมทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ไม่ได้เกี่ยวพันอะไรยังจำเป็นต้องมาโดนหางเลขไปด้วยContinue Reading

“ห้างขายยา” ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซน หยุดสถิติชนะรวดไว้เพียงแค่ 5 เกม เสมอ “หญิงสูงอายุ” แฮร์ธา เบอร์ลิน 0-0 ศึกบุนเดสลีกา เยอรมัน วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน ศึกฟุตบอล บุนเดสลีกา เยอรมัน นัดที่ 9 ของฤดูกาล 2020-21ในสนาม ไบ อารีทุ่งนา ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซน (ชั้น 4 : 8 นัด มี 18 คะแนน) ส่ง แพทริค ชิค ยืนศูนย์หน้า ประสานงาน มุสซา ดิยาบี และก็ ลีออน เบลีย์ ต้อนรับ แฮร์ธา เบอร์ลืน (ชั้น 13 : 8 นัด มี 7 คะแนน) ที่มี คริสซ์โคนฟ เปียเท็ก กับ โดดี ลูเกบากิโอ เป็นคู่หัวหอก แฮร์ธา เบอร์ลิน ตั้งรับแน่นหนา ข้างหลังพ่ายแพ้ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เยิน 2-5 สัปดาห์ที่แล้ว กระทั่งแทบจะมิได้ขยับขึ้นแดนหน้า จนกระทั่งนาที 32 ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซน ได้โอกาสใกล้เคียงสุด เคเรม เดอเมียร์บาย พลิกสับไกด้วยซ้าย ระยะราว 30 เมตร อเล็กซานเดอร์ ชโม้ลอฟ นายทวาร ปัดผ่านคาน เริ่มครึ่งหลัง เจ้าถิ่น มีลุ้นจากลูกฟรีคิกของ เคเรม เดอเมียร์บาย นาที 55 และก็ 64 แต่ปั่นหลุดกรอบเองทั้งสิ้น จบเกม เลเวอร์คูเซน เก็บเพิ่มเป็น 19 แต้ม อยู่ชั้น 3 เสียโอกาสแซง อาร์เบ ไลป์ซิก ขึ้นรองจ่าฝูง ในเวลาที่ แฮร์ธา เบอร์ลิน มี 8 แต้ม รั้งชั้น 13 ผลฟุตบอล บุนเดสลีกา เยอรมัน 2020-21 ประจำวันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน ไมน์ซ 05 1-1 ฮอฟเฟนไฮม์ 1-0 โรบิน ไควสัน น.33, 1-1 อิห์ลาส เบบู น.62Continue Reading

ข่าวสารช็อคแวดวงลูกหนัง รวมถึงแฟนบอลทั่วทั้งโลก เมื่อดิเอโก มาราโดนา ตำนานลูกหนังชั่วนิจนิรันดร์ที่ดินแดนฟ้า-ขาว ประเทศอาร์เจนตินา เสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวาย ช่วงวันที่ โดยผู้ประกาศส่วนตัวของ “เสือเตี้ย” ดิเอโก มาราโดนา ตำนานนักเตะคนอาร์เจนตินา ผู้ครอบครองฉายา “หัตถ์พระเจ้า” แถลงยืนยันวันพุธ (25 เดือนพฤศจิกายน) ว่า มาราโดนาเสียชีวิตจากอาการหัวใจวายด้วยวัย 60 ปี หลังจากที่เจ้าตัวพึ่งจะเข้ารับการผ่าตัดที่สมองและออกจากโรงหมอช่วงวันที่ 11 เดือนพฤศจิกายนก่อนหน้านี้ ในตอนที่ผู้นำอัลกางร์โต เฟอร์นันเดซ ของประเทศอาร์เจนตินา แถลงแสดงความเศร้าใจต่อครอบครัวของมาราโดนา พร้อมประกาศไว้อาลัยทั่วราชอาณาจักรตรงเวลา 3 วัน ด้านชมรมฟุตบอลประเทศอาร์เจนตินา นำโดยเคลาดิโอ ทาเปีย ประธานชมรมฯ แถลงแสดงความเศร้าใจอย่างสุดซึ้งต่อการจากไปของยอดตำนานลูกหนังของประเทศ “คุณจะอยู่ในใจพวกเราเสมอ” ทาเปียกล่าวไว้อาลัยแก่มาราโดนา สำหรับ ดิเอโก มาราโดนา โลดแล่นในฐานะตำนานลูกหนังชั่วนิจนิรันดร์ของโลก ผลงานที่เด่นที่สุด คือ ช่วยทำให้กลุ่มชาติฟ้า-ขาว ประเทศอาร์เจนตินา ครองแชมป์ฟุตบอลโลก ปี 1986 โดยก่อตำนานที่โลกไม่มีวันลืมในแมตช์ที่เจอกับกลุ่มชาติอังกฤษ ซึ่งมาราโดนา ทำประตูด้วยผู้กระทำระโดดใช้มือปัดบอลเข้าประตู พาทีมฟ้า-ขาว ถือถ้วยแชมป์บอลโลกในปีนั้น ทำให้การทำประตูนั้นถูกเรียกกันว่า “หัตถ์พระเจ้า”Continue Reading

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ล้างแค้น อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ ได้สำเร็จหลังเปิดรัง โอลด์ แทรฟฟอร์ด ถล่มไปด้วยสกอร์ 4-1 ต้องบอกว่าครึ่งแรกถือเป็นครึ่งที่สุดเพอร์เฟคของ “ผีแดง” หลังทำเกมรุกกันไหลลื่นและรัวถึงสามประตู แม้ครึ่งหลังจะผ่อนเกมลงไปจนโดนตีไข่แตกแต่ก็มาได้ประตูตอกย้ำชัยช่วงทดเจ็บ มาดูคะแนนลูกทีมของ โซลชา แต่ละคนในเกมนี้กัน ดาบิด เด เคอา 6 ครึ่งแรกเกือบจะไม่มีโอกาสได้โชว์ แม้กระนั้นช่วงหลังงานเริ่มชุก มีเซฟลูกยิงไกลของ วิสช่า แม้กระนั้นลูกที่เสียอาจจำต้องยอมว่ายิงฟรีคิกดีจริงๆ อารอน วาน-บิสซาก้า 6 ไม่ค่อยขึ้นไปเติมเกมรุกช่วย แรชฟอร์ด เท่าไรนัก มีบางคราวที่โดนคู่ปรปักษ์เจาะ แม้กระนั้นยังไม่มีจังหวะบกพร่องชัดเจน วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ 7 ADVERTISEMENT มีจังหวะที่ปล่อยให้ เดมบา บา เลี้ยงในจุดโทษอยู่บ้างแม้กระนั้นโดยรวมคุ้มครองปกป้องเกมยอมรับได้ดี เป็นคนโยนบอลยาวสุดงามให้ แรชฟอร์ด หลุดลำพังไปเรียกจุดโทษ แฮร์รี่ แม็กแกว่งร์ 6 มีบล็อคลูกยิงสำคัญของ เดมบา บา ทำให้ทีมไม่โดนตีไข่แตกก่อนหมดครึ่งแรก มีจังหวะได้โหม่งจากลูกเตะมุมแม้กระนั้นผ่านคาน ลูกกลางอากาศเก็บเรียบ อเล็กซ์ เตลลิส 7 ADVERTISEMENT แนวทางการจ่ายบอลดีเลิศ เติมเกมรุกอยู่บ่อยมาก เปิดเตะมุมได้ตลอดซึ่่งจังหวะเตะมุมของเขาเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดประตูแรก นอกเหนือจากนี้ยังเป็นคนครอสบอลจนได้ประตูที่สอง สร้างโอกาสมากมายสุดในทีม (4 ครั้ง) เฟร็ด 6 คัฟเวอร์พื้นที่ดินแดนกลางก้าวหน้า ยังขยันดังเดิมหากแม้บางคราวจะเข้าบอลพรวด แม้กระนั้นบางคราวจังหวะขึ้นเกมรุกตัดสินใจบกพร่องจนถึงทำแทงอล ฟาน เดอ เบ็ค 7 เป็นนักเตะที่เล่นง่ายๆแม้กระนั้นมีคุณภาพ จ่ายบอลขึ้นหน้าก้าวหน้ารวมทั้งยังทำชิ่งกับเพื่อนฝูงร่วมทีมได้ไหลลื่นโดยยิ่งไปกว่านั้นการเปลี่ยนบอลจากเกมรับเป็นเกมรุก มาร์คัส แรชฟอร์ด 7 โดนจับมาเล่นริมเส้นฝั่งขวา แม้กระนั้นยังสร้างอันตรายให้แนวรับคู่ปรปักษ์ น่าเสียดายที่ประตูทำชิ่งสุดงามของเขาโดนจับล้ำหน้า แม้กระนั้นต่อมาเป้นคนเรียกจุดโทษรวมทั้งลุกมาฆ่าเอง บรูโน่ แฟร์นันด์ส 9 ยังคงเป็นหัวใจของทีมเหมือนปกติ ประตูแรกจำต้องชมแนวทางการวางเท้ายิงไกล ส่วนประตูที่สองเก็บกินลูกส้มหล่น ขยันลงไปช่วยเกมรับรวมทั้งวิ่งพล่านไปทุกที่ สร้างโอกาสยิง 3 ครั้ง อ็องโตนี่ มาร์กสิยาลContinue Reading

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่พลาดสามคะแนนหลังบุกไปเอาชนะ โอลิมเปียกอส ทีมดังจากกรีซ 1-0 ฟิล โฟเด้น ซัดประตูชัย ส่งผลให้ “เรือใบสีฟ้า” ชนะรวด 4 เกมในรอบแบ่งกลุ่ม พร้อมคว้าตั๋วเข้าไปเล่นในรอบ 16 ทีมสุดท้ายสำเร็จ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2020-21 เมื่อคืนวันพุธที่ 25 เดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมา ระหว่าง โอลิมเปียกอส เจอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยเกมปัจจุบันทั้งคู่เพิ่งพบกันก่อนพักเบรคทีมชาติซึ่ง “เรือใบสีฟ้า” ต้อนเอาชนะไปได้ 3-0 โดยก่อนแข่งผู้เล่นทั้งสองทีมยืนไว้อาลัยให้กับ ดีเอโก้ มาราโดน่า ที่เสียชีวิตไปในวัย 60 ปี ด้วยอาการหัวใจวายทันควัน โฟเด้นกดชัย! แมนซิตี้บุกทุบโอลิมเปียกอส เฮ4นัดรวดลิ่ว16ทีมชปล. ADVERTISEMENT เปิดตัวครึ่งแรกมาแค่นาทีที่ 3 “เรือใบสีฟ้า” ได้ทักก่อนจากจังหวะที่ โรดรี้ ได้ช่องส่องไกลด้วยขวาจากนอกกรอบแม้กระนั้นบอลยังพุ่งไปตรงตัว โชเซ่ ซา ยังคงเป็นลูกทีมของ เป๊ป ที่ดาหน้าบุกโจมตีสม่ำเสมอ นาที 9 ฟิล โฟเด้น ฉุดกระชากเข้าไปในกรอบก่อนซัดมุมแคบทางด้านซ้ายบอลพุ่งไปเข้ามือนายด่าน โอลิมเปียกอส อีกครั้ง อีกสองนาทีต่อมา กางร์ทุ่งนาร์โด้ ซิลวา ครอสบอลมาหน้ากรอบให้ กาเบรียล เชซุส ขึ้นโขกแม้กระนั้นบอลยังไม่ผ่านมือ โชเซ่ ซ่า ที่เซฟไว้ได้ นาที 36 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้ จากจังหวะประสานงานอันเยี่ยมยอดเริ่มจาก กาเบรียล เชซุส แทงไปในกรอบให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ตอกส้นคืนหลังมาให้ ฟิล โฟเด้น วิ่งมาซัดด้วยซ้ายพุ่งเลียดผ่านมือ โชเซ่ ซา เข้าไป ADVERTISEMENT โฟเด้นกดชัย! แมนซิตี้บุกทุบโอลิมเปียกอส เฮ4นัดรวดลิ่ว16ทีมชปล. ตอนทดเจ็บ นาที 45+1 ราฮีม สเตอร์ลิง ได้ทดลองกดด้วยขวาจากนอกกรอบ แม้กระนั้นบอลก็ยังโดน โชเซ่ ซ่า นายด่านของเจ้าของบ้านปฎิเสธปัดออกไปได้อีก จบครึ่งแรก โอลิมเปียกอส ตามหลัง แมนฯ ซิตี้ 0-1 ครึ่งหลัง นาที 49 แมนฯซิตี้ เกือบได้ลุ้นเม็ดสองข้างหลัง ชูเอา กานเซโล่ ครอสบอลมาให้ กางร์ทุ่งนาร์โด้ ซิลวา ซัดด้วยซ้ายไปเข้ามือ โชเซ่ ซา ต่อมาอีกนาที อิลคาย กุนโดกัน เก็บบอลได้ก่อนอัดด้วยขวาบอลพุ่งหลุดกรอบไปแบบได้เสียว นาที 61 ชูเอา กานเซโล่ ได้กดด้วยขวาข้างถนัดนอกกรอบบอลพุ่งแรงแม้กระนั้นยังไม่ผ่านมือ โชเซ่ ซา รับไว้ได้ โฟเด้นกดชัย! แมนซิตี้บุกทุบโอลิมเปียกอส เฮ4นัดรวดลิ่ว16ทีมชปล. ต่อมาในนาที 64 กานเซโล่า เล่นชิ่งกับ กาเบรียล เชซุส ก่อนหลุดเข้าไปซัดด้วยขวาแม้กระนั้นยังไปติดตรงตัวนายด่านของเจ้าถิ่น ต่อมาอีกสองนาที สเตอร์ลิง หลุดไปถึงเส้นข้างหลังก่อนเฉือนมาในกรอบ 6 หลาบอลไปโดนลำแข้งเจ้าของบ้านสกัดมาติด สเตอร์ลิง กระดอนไปเข้าทาง กางร์ทุ่งนาร์โด้ ซิลวา ยิงไปตรงตัวก่อนที่จะ โชเซ่ ซา มือกาวเจ้าของบ้านจะตามรับไว้ได้ นาที 88 คอสตาส ฟอร์ตูนิส ศูนย์หน้าตัวเก่งของเจ้าถิ่นได้ช่องลุ้นตีเสมอบ้างข้างหลังกดด้วยขวาเน้นย้ำๆแม้กระนั้นพุ่งหลุดกรอบออกไป จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมาเอาชนะ โอลิมเปียกอส 1-0 คว้าสามแต้มทำให้ชนะในรอบแบ่งกลุ่ม 4 นัดรวด มีเพิ่มเป็น 12 คะแนน การันตีผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 16 ทีมในที่สุดแล้ว รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีมContinue Reading

อันโตนิโอ คอนเต้ ผู้จัดการทีมฟุตบอลอินเตอร์ มิลาน ออกมาเผยถึงความรู้สึกหลังกองทัพ ‘งูใหญ่’ ที่เหลือผู้เล่นเพียง 10 คนตั้งแต่ครึ่งแรก โดนเรอัล มาดริด บุกมาทุบค้างรัง ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อคืนก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา อันโตนิโอ คอนเต้ ผู้จัดการทีมฟุตบอลอินเตอร์ มิลาน เห็นด้วยว่า เรอัล มาดริด อยู่ใน “ระดับที่แตกต่าง” กับกลุ่มของเขาภายหลังพ่ายให้กับยอดกลุ่มจากประเทศสเปน 2-0 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อคืนก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา (พุธที่ 25 พฤศจิกายน 2563) ศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กรุ๊ป B เมื่อคืนก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ที่สนาม จูเซ็ปกระเป๋า เมอัซซ่า เมืองไม่ลาน ประเทศอิตาลี นั้น ปรากฏว่า ‘พระราชาชุดขาว’ ขึ้นนำก่อนอย่างรวดเร็วในนาทีที่ 7 จากจังหวะพนันบอลเข้าเขตโทษของ มาร์ติน โอเดการ์ด จ่ายเร็วให้ ท้องนาโช่ เฟร์นานเดซ สอดขึ้นมาแต่ว่าโดน นิโคล่า บาเรลล่า เกี่ยวขาจากข้างหลัง ผู้ตัดสินชี้ให้เป็นจุดลูกโทษ แล้วก็ เอแด็น อาซาร์ ฆ่าเข้าไปไม่พลาด ช่วยทำให้กลุ่มเยือนขึ้นนำก่อน 1-0 ในครึ่งแรก ก่อนที่จะในช่วงหลัง นาทีที่ 59 มาดริดบวกสกอร์เพิ่ม เมื่อ โทนี่ วัวรส ส่งบอลตัดแนวรับให้ ลูคัส บาสเกซ สอดไปเปิดบอลมาเสาไกลให้ โรดรีหรูหรา ผู้เล่นสำรองยิงโดน อาชราฟ ฮาคิมี่ เข้าประตูไปกลายเป็น 2-0 ก่อนลงเอยด้วยสกอร์ดังที่กล่าวผ่านมาแล้ว “มันเป็นเรื่องยากเสมอสำหรับการเล่นกับสมาคมใหญ่อย่างเรอัล มาดริด ด้วยเหตุนี้เมื่อจะต้องเป็นฝ่ายตามหลังแล้วก็เหลือผู้เล่นน้อยกว่า ก็จะยิ่งเหมือนกลิ้งครกขึ้นเขา” คอนเต้กล่าวกับ Sky Sport Italia “ผมคิดว่าเรามองเห็นความต่างระหว่างพวกเขากับเรา มัน (ความปราชัย) ไม่ควรที่จะทำให้เราต้องล้มลง แต่ว่ามันควรแสดงให้เรามีความเห็นว่ามีทางที่เราต้องก้าวเดินแล้วก็เราต้องหิวหิว, ทำงานมากแล้วก็ถ่อมตัว เพื่อใส่ใจว่าเราอยู่ตรงไหนและไม่ปล่อยให้ตัวเองแกว่งไกวจากเสียงข้างนอก” “ทางเดียวที่จะไปข้างหน้าได้คือการทำงานหนัก แล้วก็เติบโตในทุกๆทาง” “ผมไม่คิดว่าเราอ่อนในดินแดนหน้าเนื่องจากว่าเราทำคะแนนได้มากมาย บางครั้งบางคราวเราบางทีอาจเสียประตูบ่อยครั้งไปบ้างขณะนี้ อย่างที่ผมกล่าวไป เกมนี้เป็นการต่อสู้ที่ยากลำบากอย่างกะทันหันแล้วก็มันก็ยากที่จะกลับเข้าสู่เกมได้เพราะเหตุว่าใบแดงที่เกิดจากการคัดค้านที่มากเกินไป” “นี่คือเหตุการณ์นั้น เราเห็นด้วยมัน เราทำเป็นดียิ่งขึ้นมากแล้วก็มีความดุดันมากขึ้นเรื่อยๆในมาดริด แต่ว่ามันก็ยากสำหรับที่นี่กับการที่ต้องตามหลังก่อน 1-0 ตั้งแต่เนิ่นๆแล้วก็มีผู้เล่นคนนึงโดนไล่ออก นั่นทำให้เราแทบหายใจไม่ออก” “แต่ ผมคิดว่ากลุ่มทำงานมากมากในวันนี้แล้วก็ทุ่มเทความอุตสาหะลงไป อย่าลืมว่าเราสู้กับเรอัล มาดริด ไม่ใช่สมาคมระดับล่างสุดของตาราง” แล้วก็สำหรับการให้สัมภาษณ์กับ Inter TV คอนเต้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “เรากำลังพูดถึงสองกลุ่มในระดับที่แตกต่างกัน เรอัล มาดริด ครอบครองความเป็นใหญ่สำหรับการแข่งรายการนี้ในตอนไม่กี่ปีที่ผ่านมาแล้วก็เป็นตัวชูโรงอยู่ตลอด” “ทัศนคติคือหนึ่งอย่างที่ถูกต้องแล้วก็ผมก็ขอบพระคุณเด็กๆไม่ว่าเราจะชนะหรือแพ้ สิ่งที่จำเป็นคือต้องทำในฐานะลูกผู้ชาย แล้วก็เด็กๆก็ทุ่มเททุกสิ่ง” ผลที่ได้รับจากการแข่งขันเกมนี้ทำให้ ‘พระราชาชุดขาว’ เก็บเพิ่มเป็น 7 คะแนน ขึ้นไปเป็นรองผู้นำฝูงตามหลัง โบรุสเซีย มึนยกตัวอย่างเช่นกลัดบัค 1 แต้ม ส่วนทาง อินเตอร์ มิลาน มีเพียง 2 คะแนนจมบ๊วยของกรุ๊ปContinue Reading

แมนยูไม่สู้ค่าตัว “แมนฯ ซิตี้” เล็งปาดซิวแข้งจอมปั้นเกม “เรือใบสีฟ้า” แมนชสเตอร์ สิตี้ ตกเป็นข่าว วางตัวแข้งจุดมุ่งหมายของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นจุดมุ่งหมายอันดับ 1 สำหรับเพื่อการเสริมกองทัพ วันที่ 24 พฤศจิกายน 63 ดิ อินดิเพนเดนท์ สื่อดังของอังกฤษ ตีข่าว “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชมรมแกร่งที่ศึกพรีภรรยาร๋ลีก อังกฤษ วางตัว แจ็ค กรีลิช มิดฟิลด์ตัวรุกทีมชาติอังกฤษของ “ราชสีห์ผยอง” แอสตัน วิลลา เป็นจุดมุ่งหมายสำคัญสำหรับเพื่อการเสริมกองทัพ สำหรับ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ วางแผนที่จะเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีมในม.ค.หรือในตอนซัเมมอรืปีต่อไป และก็ตามรายงานจากวื่อดังของแดนผู้ดีระบุว่า แจ็ค กรีลิช เป็นนักฟุตบอลที่ผู้จัดการทีมฟุตบอลชาวประเทศสเปนอยากได้มาร่วมทีมสูงที่สุด หากว่าเรือใบสีฟ้าจะตกเป็นข่าวกับสตาร์ดังอย่าง แฮร์รี เคน แผงหน้าของทอตแนม ฮอตสเปอร์ กับ ลิโอเนล เมสซี ดาวยิงของบาร์เซโลนา ด้วยก็ตาม นอกเหนือจากนี้ รายงานยังกำหนดเพิ่มเติมเพราะ เป๊ป เอาจริงเอาจังเรื่องดีลของ กรีลิช ถึงขั้นมีการคุยเกี่ยวกับฝีเท้าของแข้งรายนี้กับ เควิน เดอ บรอยน์ อย่างยิ่งจริงๆ และก็ เดอ บรอยน์ ก็ยกย่องในฝีเท้าของ กรีลิช เป็นอย่างมาก ภายหลังได้ได้โอกาสดวลกันในเกมที่ เบลเยียม ชนะ อังกฤษ 2-0 ในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก ตอนวันที่ 15 พฤศจิกายน ก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ กรีลิช เคยมีข่าวเชื่อมโยงกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในตอนซัมเมอร์ก่อนหน้านี้ แม้กระนั้นพวกเขาไม่พร้อมที่จะจ่ายค่าตัว 80 ล้านปอนด์ จากที่ แอสตัน วิลลา ได้ตั้งเอาไว้Continue Reading