doctor john

Doctor John เป็นละครทางการแพทย์ที่เล่าราวของความเจ็บปวด หมอที่หาตัวการที่ความเจ็บปวดของคนเจ็บได้เช่นไร โดยแสดงออกมาในแบบอย่างการติดตามอย่างตื่นเต้น คล้ายกับสายลับที่กำลังตามล่าอาชญากรอย่างยังไงแบบงั้น ละครยังมีเรื่องของการโต้เถียงกันของการรักษาโรคสุดที่รักษาไม่หาย “ชาโยฮัน” (จีซอง) อาจารย์วิสัญญีหมอชำนาญ สมญานาม “แพทย์ 10 วิ” เขาสามารถหาต้นเหตุของโรคได้ภายในเวลาอันรวดเร็วทันใจ แล้วก็ “คังชียอง” (อีเซยอง) วิสัญญีหมอปีที่ 2 พวกเขาร่วมมือกันเพื่อหาต้นเหตุของโรคแปลก

สไปเดอร์แมน 1

ย้อนกลับไป “The Amazing Spider-Man” ภาคแรก ผมให้คำนิยามแก่ภาคนั้นไว้ว่า “ตื่นตาตื่นใจกว่าที่คิด แต่ยังไม่จับจิตเท่าที่ควร” ด้วยเหตุผลหลักคือหากแม้ Spider-Man เวอร์ชัน Marc Webb จะมีงานสร้างที่ดูน่าประทับใจและตรงจิตใจ Comic ไม่น้อย แต่ในฐานะผู้ที่มิได้ตาม Comic ยังมีความคิดว่ามันยังไปไม่สุดในทางอารมณ์ความรู้สึก ซึ่งปัญหาเหล่านั้นก็ยังคงอยู่ในภาค 2 หากถามว่า “The Amazing Spider-Man 2″ บันเทิงใจมั้ย ตอบได้เลยว่าบันเทิงใจ แต่หากถามว่าสุดมั้ย บอกเลยว่าไม่ หนัง Superhero ภาคต่อมีจุดเหนือกว่าหนังภาคแรกตรงที่ไม่ต้องเสียเวล่ำเวลาเล่าแหล่งกำเนิดอีกต่อไป สามารถเล่าราวที่อยากได้สุดกำลัง แต่ในยุคสมัยนี้ หลายๆคนต้องการดูหนัง Superhero ที่เป็นมากกว่าแค่หนัง Superhero หนังภาคต่อจึงจำเป็นต้องประดิษฐ์ Theme ของเรื่องให้น่าดึงดูดเพียงพอ ไม่งั้นมันจะเปลี่ยนเป็นเพียงแต่งานที่ซ้ำซาก ขายสินค้าเก่า แต่ไม่มีอะไรให้จดจำ อย่าง Spider-Man 2 มี Theme หลักคือ “เมื่อยล้าที่จะเป็น Spider-Man” Iron Man 3 มี Theme “หากไม่มีชุดแล้วจะเป็นอย่างไร” The Dark Knight ใช้ Theme “จะตายอย่างวีรบุรุษ หรืออยู่จนกระทั่งมองเห็นตนเองเป็นคนร้าย” หรืออย่าง Captain America: The Winter Soldier ก็มี Theme หลักว่าด้วย “ความคลางแคลงใจ” ปัญหาคือ The Amazing Spider-Man 2 มี Theme หลักหรือเปล่า คำตอบคือ “ไม่รู้จักเช่นเดียวกัน” Spider-Man ภาคนี้มีประเด็น มีเรื่องราว มิได้กะขาย Action อย่างเดียว แต่เวลาเดียวกันประเด็นที่หนังต้องการจะเล่ามันก็เยอะมาก จนกระทั่งล้น ผสมกันไม่ลงตัว และคิดไม่ตกว่าจะยกเรื่องไหนเป็นประเด็นหลักดี แถมพอเพียงถึงตอนจะเฉลยคำตอบปิดประเด็น ก็ลากเกินความจำเป็น จนกระทั่งโชคร้ายสิ่งที่พากเพียรปูมา ตั้งแต่ประเด็นเรื่อง “บิดา” ที่ปูกันมาภาคที่แล้ว ราวกับจะให้เป็นประเด็นหลัก แต่พอเพียงมาเฉลยคำตอบในภาคนี้ก็มิได้มีความคิดว่ามันเป็นสิ่งที่น่าทึ่งอะไร ประเด็นครอบครัวระหว่าง “Peter” กับ “ป้า May” ก็ไปไม่สุดและเปลี่ยนเป็นเพียงแต่ฉากขำขันๆเสียมากกว่า ประเด็นความรักของ “Peter” (Andrew Garfield) กับ “Gwen” (Emma Stone) ซึ่งดูสวยดี แต่พอเพียงถึงบทสำคัญ กลับให้เวลาน้อยเกินไป แถมในช่วงท้ายหนังยังพากเพียรใส่ประเด็น Spider-Man Return เข้ามาอีก ในขณะที่ประเด็นในตอน 10 นาทีสุดท้ายมันสามารถเอาขยายไปเป็นอีกภาคได้เลย พอเพียงเอามาเล่าในช่วงเวลาแค่ 10 นาที มันเลยมีความคิดว่าไม่สุด และเปลี่ยนเป็นส่วนเกินไป สไปเดอร์แมน 1 ผ่านมาที่ฝั่งตัวร้าย ภาคนี้ก็ยังคงปัญหาเดิมๆคือ “น่าผิดหวัง” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “Electro” ที่อุตส่าห์ได้ Jamie Foxx มาเล่น และการปูประเด็นเรื่อง Nobody และการเปลี่ยนจาก Fanclub มาเป็น Anti-fan ในระยะแรกก็ดูน่าดึงดูดดี แต่พอกลายเป็นมนุษย์กระแสไฟฟ้าสุดกำลังContinue Reading

แฟนคลับบางคนบางทีก็อาจจะกำลังไล่มองตั้งแต่ Season 1-7 ทุกตอนอยู่เลยก็ว่าได้ เพื่อเป็นการทวนว่ามีเหตุการณ์หลักๆอะไรเกิดขึ้นบ้าง game of thrones season 8 แต่สำหรับแฟนคลับบางคนที่ขี้เกียจคร้านไปพบมอง หรือใครที่ยังไม่เคยมอง เรามีไกด์พิเศษมาเสนอแนะ คุณสามารถมองตอนพวกนี้ รวมทั้งรู้เรื่องราวหรือเหตุการณ์หลักๆต่างๆอย่างพอสังเขป ไม่ว่าจะใครตาย ใครพวกไหน หรือเกิดอะไรขึ้นบ้าง เท่านั้นก็เพียงพอที่จะไปรับดูมหาศึกชิงบัลลังก์ Game of Thrones Season 8 แล้ว

หนังออนไลน์2019เต็มเรื่อง

เว็บไซต์มอง หนังออนไลน์2019เต็มเรื่อง เต็มเรื่องซูมชนโรง ดูหนัง HD พากย์ไทย ซับไทย รองรับ PC TV IPhone IPad Android ดูหนังฟรีเต็มเรื่อง ภาพยนต์ชัดแจ๋ว Free Movie Online 4K ทางพวกเราจะเพียรพยายามหาหนังที่ท่านไม่เคยมองมาให้โดยย้ำประสิทธิภาพและความมากมายหลายให้แก่ท่านได้รับดู มิได้มีเพียงเท่านี้แต่ทางพวกเรายังรับหาหนังให้สมาชิกเพียงแต่ขอหนังกับพวกเราทางแฟนเพจเฟสบุ๊ค หรือ ไลน์แอด ทางพวกเราจะหามาให้ไม่เกิน24ชั่วโมง

Game of Thrones Season 8

Game of Thrones Season 8 บทท้ายที่สุดที่ซีปรี่ย์ จะเป็นอย่างไรเมื่อ The Walking Dead มาเยี่ยม เมือง Winterfell จะมีชะตาเป็นแบบไหน วันนี้พวกเราจะมาเอ่ยถึง รวมทั้งรีวิวกันเพราะเหตุว่า Winter is Coming ! ต้อนรับการกลับมาของหน้าหนาวภูติ ซึ่ง Season 8 เป็นฤดูกาลท้ายที่สุดแล้ว รวมทั้งมีจำนวนตอนแค่เพียง 6 ตอนแค่นั้น ซึ่งเป็นการปิดม่านฉากของซีปรี่ย์ที่พวกเราสามารถจะกล่าวได้ว่าเลื่องลือสูงที่สุด เป็นกระแสสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ก็ว่าได้ โดยรายละเอียดที่จะเอ่ยถึงกันนี้จะมีการสปอยเกิดขึ้นบ้างแน่ๆ แม้กระนั้นทางคนเขียนคิดว่าคงจะมีคนไม่ใช่น้อยทราบกันมาบ้างแล้ว เมื่อทุกคนมีศัตรูด้วยกัน หลังจากความขัดแย้งของแต่ละตระกูลที่ฆ่า แก่งแย่งบัลลังก์กันอย่างเพ้อคลั่ง ก็จะต้องหันมาประสานมือกันอย่างเสียไม่ได้ เพื่อต่อสู้เอาชีวิตรอด การต่อสู้คราวนี้มีพนันเป็นความอยู่รอดของมนุษย์ ถ้าหากแพ้ก็คงจะไม่เหลือมงกุฎให้แก่งแย่งกันอีกต่อไป ในบทสุดท้ายนี้พวกเราจะได้มองเห็นการกลับมาของผู้แสดงหลักที่มาพร้อมกับความเก๋าที่มากขึ้น ตัวอย่างเช่น Arya Stark รวมทั้ง Jon Snow รวมทั้ง Mother of Dragon สุดสวยอย่าง Daenerys Tagaryen ขวัญใจของหนุ่มๆทั้งยังในรวมทั้งนอกจอ เปิดมาก็เข้มข้นกันเลยสำหรับตอนต้นของ Season 8 หลังจากที่ Jon Snow ได้พากองทัพไม่คุ้นเคยมาที่วัง Winterfell เพื่อเข้าร่วมสู้กับกองทัพซอมบี้ White Walker แม้กระนั้นชาวเมืองรวมไปถึงน้องสาวของตัวเอง ก็ดูจะไม่ค่อยไว้ใจในตัวแม่มังกร Daenerys มากมายสักเท่าไหร่ จึงก่อให้เกิดความขัดแย้งกัน ในช่วงเวลาที่สามจะทำให้พวกเราได้มองเห็นถึงการต่อสู้ที่ดุเด็ดเผ็ดมันของผู้แสดงสำคัญใน GOT รวมทั้งแน่ๆว่าการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้จะต้องมีการสูญเสียของผู้แสดงสุดรักของคนใดกันบ้างแน่ๆ แม้กระนั้นจะเป็นคนใดกันนั้น ไปดูคุ้นเคยจะดีมากกว่านะ แม้กระนั้นนอกเหนือจากที่จะมีฉากแอ็คชั่นที่สุดจะดุเด็ดเผ็ดมันแล้ว ยังอัดแน่นไปด้วยความเข้มข้นในผู้แสดง การนำเสนอความสัมพันธ์ที่มั่นคงของผู้แสดงที่ต่อสู้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา ความซาบซึ้งใจประทับใจ รวมทั้งบางผู้แสดงที่พวกเราแสนจะไม่ชอบ บางทีก็อาจจะตกหลุมรักเดี๋ยวนี้ก็ได้ ในตอนที่ผ่านมาได้สู้กับฝูงซอมบี้ไปแล้ว มาเวลานี้ก็สู้กับคนเป็นต่อ กลับเข้าสู่ฉากดราม่ากับการดำเนินเรื่องต้นแบบ GOT ที่รู้จักกันแบบ Season แรกๆความยาวเดี๋ยวนี้ใกล้เคียงกับในระหว่างที่แล้ว แม้กระนั้นความดุเด็ดเผ็ดมันนั้นบางทีก็อาจจะไม่เท่ากันกับ The Long Night แม้กระนั้นการดำเนินเรื่องนั้นเรียกได้ว่าคลาสสิคตามแบบอย่าง Game of Thrones อีกที ในช่วงตอนจบได้ทำให้น่าติดตามถัดไปยัง EP ถัดไปมากมาย ด้วยฉากจบที่ทำให้ใคร่รู้ว่าเนื้อเรื่องจะไปต่อยังแนวทางไหน ช่วงต้นบางทีก็อาจจะเดินเรื่องช้าไปหน่อย แม้กระนั้นก็ดึงความสนุกสนานกลับมาได้ทันก่อนที่จะเบื่อไปเสียก่อน เกือบจะได้พักจากฉากแอ็คชั่นสุดระทึกใจ แม้กระนั้นเป็นว่าความเข้มข้น รวมทั้งลุ้นกระทั่งตัวเกร็งก็มีเป็นจำนวนมาก หลังจากที่ได้จับความแค้นเอาไว้กระทั่งมือเปียกเหงื่อ เรียกได้ว่ากำมือแน่นมากมาย ไม่ใช่เพียงแค่ Daenerys นะ ตัวผู้ดูเองก็ด้วยเหมือนกัน รู้สึกจะมีอารมณ์ร่วมไปกับเวลานี้เป็นอย่างมาก เพราะเหตุว่าความค้างคามาจากในระหว่างที่แล้วนั้น ทำให้อยากจะรู้มากว่าตัวแม่มังกรจะเป็นอย่างไรกับ King Landing รวมทั้งราชินีสุดโรคจิตที่คุณไม่ชอบเข้าไส้ ความเข้มข้นเดี๋ยวนี้ก็ไม่ได้แพ้ตอนอื่นเลย แม้กระนั้นบางช่วงเสมือนดูจะรวบรัดง่ายมากไปนิดเดียว ภาพรวมแล้ว Game of Throne เวลานี้เป็นตอนที่บันเทิงใจมากมาย ตื่นเต้นมากมาย รวมทั้งลุ้นมากมายตั้งแต่ต้นกระทั่งถึงจบ รวมทั้งมีฉากหักมุมเล็กๆให้ได้ตกใจกันนิดนึง แม้กระนั้นไม่ได้ถึงกับหักศอกหรอกนะ ใน EP นี้จะทำให้รู้สึกเหมือนกับลืมว่าเคยได้ต่อสู้กับกองทัพซอมบี้ไปเลย เหมือนว่ามันผ่านมานานมากแล้ว เดินทางกันมาถึงตอนจบแล้ว กับยอดเยี่ยมซีปรี่ย์ Game of Thrones โดยตอนจบนี้จะทำให้พวกเราได้สัมผัสถึงความรู้สึกดีที่ปนมากับความสิ้นหวังไปพร้อมกัน ในส่วนเนื้อเรื่องที่สุดแสนจะรวบรัด กระทั่งรู้สึกได้ว่าอยากให้จบไวขนาดนั้นเลยหรอ แม้กระนั้นถึงมันจะสั้นแม้กระนั้นก็สื่ออารมณ์ออกมาก้าวหน้าสมราคา GOT อยู่พอควร แม้กระนั้นก็อย่าคาดหวังฉากจบแสนสวยอย่างในนิทานที่จินตนาการไว้ เพราะเหตุว่ามันเป็นผลสรุปที่จะนำความสงบสุขอย่างแท้ทรูให้กับอาณาจักรทั้งปวง บางทีก็อาจจะคิดว่ามันหักมุมเกินจะรับไหว ขัดใจคนดูนิดนึง แม้กระนั้นก็จะต้องสารภาพในตอนจบที่ดีสำหรับทุกฝ่าย รวมทั้งคิดว่าคนไม่ใช่น้อยน่าจะเดาเอาไว้ถูกทางอยู่เยอะพอสมควร รวมทั้งเวลานี้คนใดกันที่เก็บเอาไว้รอดูรวดเดียวก็ถึงเวลาดูได้แล้ว สำหรับซีปรี่ย์ที่จัดลำดับในเรื่องความยอดเยี่ยม รวมทั้งยิ่งใหญ่นี้ สรุปรายละเอียดทั้งปวงของ Game of Thrones Season 8 ก็จบกันแล้วกับการรีวิว GOT แบบบากบั่นที่จะสปอยให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ คงจะเรียกได้ว่าเป็นการจบที่เยี่ยมที่สุดแล้วสำหรับทุกฝ่ายทุกคน เนื้อเรื่องที่ดำเนินต่อมาจากฤดูกาล 7 ก้าวหน้า มีการบิวด์ให้อยากดูตอนต่อไปได้น่าดึงดูดมากมาย ทำให้อยากติดตามมากขึ้นไปอีก หากแม้ฉากจบนั้นบางทีก็อาจจะผิดใจไม่ว่าใครก็ตาม แม้กระนั้นเนื้องเรื่องทั้งปวงที่เคยดูกันก็เข้มข้นได้ใจแฟนซีปรี่ย์กันพอแล้ว ทั้งยังมีเรื่องมีราวราวความซาบซึ้งในแต่ละผู้แสดง รวมทั้งความผูกพันธ์ของผู้แสดงกับผู้ชมที่ประทับใจไปตลอด ความซาบซึ้งนี้จะอยู่กับผู้ชมทุกคนไปตลอดกับซีปรี่ย์ที่ยิ่งใหญ่นี้

[wpts_spin] หนังเรื่อง อเวนเจอร์ 3 ก็เล่าเรื่องราวของเหล่าอเวนเจอร์ที่ยังคงจะต้องปกป้องโลกจากภัยอันตรายครั้งใหญ่ที่เกินกว่าที่ซุปเปอร์ฮีโร่ผู้เดียวจะจัดการได้ อันตรายครั้งใหม่นั้นมาจากเงามืดของจักรวาล ‘ทานอส’ จอมบงการแห่งจักรวาล วัตถุประสงค์ของเขาคือการรวบรวมเพชรนิลจินดา อินฟินิตี้สโตนส์ทั้งหก เพื่อถือครองพลังที่เกินจะจินตนาการถึง และก็ใช้พวกมันในการเปลี่ยนข้อเท็จจริงทั้งปวงของจักรวาล ทั้งหมดทุกอย่างที่อเวนเจอร์ต่อสู้มาก็เพื่อสิ่งนี้ และก็โชคชะตาของโลกและก็จักรวาลไม่เคยโหยกเหยกเท่านี้มาก่อน ข้อดี – ตัวละครมีมิติทุกตัว มีเด่นๆจำนวนมาก โดยเฉพาะ Spider-Man ที่ดูไม่ดีงซีนสุดๆเมื่อปรากฎบนจอ ดังเช่นฉากคุยกับดร. สตีเฟ่น – ฉากแอคชั่นดูสนุกตามสไตล์ผกก. Russo และก็อลังมาก ราวกับดู 300+Harry Potter+Saving Private Ryan เลยอ่ะ (ไม่เคยรู้มีคนไหนกันแน่จินตนาการออกรึปล่าวนะ55) – Thanos ดูน่ายำเกรงและก็ทารุณมาก และก็มีมิติกว่าตัวร้ายเรื่องอื่นๆที่มาเวลเคยปู้ยี่ปู้ยำ – หนังมีหลากอารมณ์มาก ทั้งสนุก ทั้งขำขัน ทั้งซึ้ง ซึ่งหายากมากในหนังซุเปอร์ฮีโร่ (หากไม่นับ Wonder Woman) – CG ทำได้ดีในหลายฉากContinue Reading

Poster for the movie "Ip Man"

A semi-biographical account of Yip Man, the first martial arts master to teach the Chinese martial art of Wing Chun. The film focuses on events surrounding Ip that took place in the city of Foshan between the 1930s to 1940s during the Second Sino-Japanese War. Directed by Wilson Yip, the film stars Donnie Yen in the lead role, and features fight choreography by Sammo Hung.

Poster for the movie "Ip Man 4: The Finale"

Following the death of his wife, Ip Man travels to San Francisco to ease tensions between the local kung fu masters and his star student, Bruce Lee, while searching for a better future for his son.

Poster for the movie "Wonder Woman"

An Amazon princess comes to the world of Man in the grips of the First World War to confront the forces of evil and bring an end to human conflict.

Poster for the movie "The Amazing Spider-Man"

Peter Parker is an outcast high schooler abandoned by his parents as a boy, leaving him to be raised by his Uncle Ben and Aunt May. Like most teenagers, Peter is trying to figure out who he is and how he got to be the person he is today. As Peter discovers a mysterious briefcase that belonged to his father, he begins a quest to understand his parents’ disappearance – leading him directly to Oscorp