[wpts_spin]เพราะภาระหน้าที่ที่หนักอึ้งหลากหลายวัน วันนี้จึงขออนุญาตโดดเรียนมหา’ลัย ไปดูหนังไทยพึ่งเข้าเมื่อไม่กี่วันก่อน “Who…ปิดป่าหลอน” ที่นำแสดงโดย คุณแน็ก ชาลี ที่พวกเรารู้จักดีและเป็นคนดังของพวกเราเสียหน่อย ตอนผมไปดูหนังเรื่องอื่นกับเพื่อนฝูงตั้งแต่ปีที่แล้ว มองเห็นป้ายโฆษณาภาพยนตร์เรื่องนี้ตั้งเอาไว้ โทนสีขาวดำที่เชิญให้ระลึกถึงโปสเตอร์ภาพยนตร์เชื้อสายแพร่ง กับเรื่องราวที่จั่วหัว เกี่ยวกับเรื่องคนกรุ๊ปหนึ่ง กับสถานที่ออกแนวปิดตาย ทำให้ผมระลึกถึงหนังแนวสืบสาวของประเทศญี่ปุ่น และหนังแนวระทึกขวัญของฝรั่ง ที่ว่าด้วยเรื่องคนจำนวนหนึ่ง มารวมตัวกันอยู่ในสถานที่ที่มีข้อกำหนด และเกิดเหตุการณ์ที่บีบคั้น ทำให้จะต้องเปิดเผยธาตุแท้ของกันและกันออกมา ประเทศไทยมิได้มีแนวนี้บ่อยนัก ผมจึงสนใจมานานนมแล้ว ประกอบกับตอนนี้ต้องการดูหนังสักเรื่อง และอุตส่าห์โดดเรียนมาแล้ว (พฤติกรรมที่ไม่ดี ขออย่าทำตามครับผม) เลยจัดภาพยนตร์เรื่องนี้เสียหน่อย เรื่องราว : นาย “เปี๊ยก” (แน็ก ชาลี) ชายหนุ่มเซอร์ นศ.มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง แอบรักสาวร่วมสถาบัน เผอิญมองเห็นสาวคนดังกล่าว คุยกับกรุ๊ปเพื่อนฝูง ช่วงเวลาที่รุ่นพี่ (ซ้ำชั้นมาจะปีที่ 8 แล้ว) ตั้งโต๊ะเชื้อเชิญรุ่นน้องเข้าค่ายเดินป่าในป่าที่เชื่อกันว่าเมื่อเข้าไปแล้วบางทีอาจไม่ได้กลับออกมาอีก ว่าต้องการเข้าค่ายเดินป่าดังกล่าวด้วย นายเปี๊ยกที่ต้องการตามคู่รัก จึงตกลงเข้าค่ายที่จะพากันไปในสถานที่ที่แค่ฟังการเอ๋ยถึง ก็ไม่น่าไปแห่งนี้แล้วกับเขาด้วย เมื่อค่ายเริ่มขึ้น นิสิตมหา’ลัยรวม 8 คนได้ไปสมทบกับนายพรานประจำสถานที่ ผู้ชำนาณที่ในป่าดังกล่าวอีก 2 คนในสถานีรถไฟใกล้ป่า พร้อมเดินตบเท้าเดินสู่ป่าใหญ่ที่มีกลิ่นบางอย่างไม่ชอบมาพากล ฟ้าที่เปิดเป็นใจตอนลงจากรถไฟ เมื่อ 10 ชีวิตเข้าป่า กลับมืดมนลงทันใดเหมือนหนึ่งเป็นลางร้ายบางอย่าง หารู้ไม่…นี่เป็นจุดกำเนิดของการตายโดยตลอดที่กำลังจะตามมา หรือนี่จะเป็นอาถรรพณ์ของป่าที่มิสามารถต่อกรกันได้ แต่หากไม่ใช่ หรือมันจะเป็น… ข้อคิดเห็นต่อเรื่องราว : เป็นภาพยนตร์ได้เรื่องราวดี ไม่สิ…จะต้องเรียกว่าเป็นเรื่องราวระดับเซฟโซนของหนังแนวเดียวกัน และเป็นเรื่องราวที่แปลกใหม่สำหรับหนังไทย เนื่องจากหนังไทยไม่ค่อยมีแนวนี้มากแค่ไหน ส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นแนวสืบสาวโทนหนัก หรือไม่ก็แนวผีสางเต็มดูดไปเลยเสียมากกว่า เรื่องนี้ถือว่าเป็นกึ่งกลางระหว่างแนวสืบสาวและผีสาง ออกแนวมิสเทรี่ ลึกลับ แนวๆคนไหนเป็นคนทำ (Whodunit) อยู่เนืองๆ ข้อคิดเห็นต่อภาพยนตร์ : อย่างที่กล่าวไป ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้เรื่องราวเซฟโซนที่ดี ที่เหลือก็คือการถ่ายทอดออกมาให้ดี สมกับที่ไต่ระดับอยู่บนเซฟโซน ผลเป็น…ที่มีดี คงจะมีแค่เพียงเรื่องราวเท่านั้น ลำดับเรื่อง การถ่ายทอดของภาพยนตร์เรื่องนี้ออกจะงง ฉาบฉวย ไม่ประติดประต่อเสียกระทั่งผู้ชมมึน การนำทิวทัศน์เดิมๆกลับมาฉายซ้ำ ทำให้เกิดความรู้สึกซ้ำๆซากๆยังไงชอบกล ก่อนที่จะถึงหนึ่งในสามทั้งผองของภาพยนตร์ เป็นตอนปูนักแสดงอีกทั้ง 10 คนที่ควรจะเป็นคนเดินเรื่อง และติดอยู่ในป่าร่วมกัน ก่อนเกิดเรื่อง เป็นตอนที่เละตุ้มเป๊ะที่สุด ต้องการใส่อะไรก็ใส่มาเต็มที่ บทพูดมองผิดธรรมชาติ ประดิษฐ์ประดอย ดารานอกเหนือจากคนที่พวกเราคุ้นตาคุ้นตากันอย่างแน็ก ชาลี อาเล็ก สมชาย อำนาจกุลที่ยกย่องรัก และดาราที่ไม่ค่อยคุ้นตา แต่ยังเพียงพอเล่นถึงอยู่บ้าง แข็งเสียกระทั่งน่าอึดอัดอย่างไม่น่ายกโทษ ผู้กำกับปลดปล่อยผ่านมาได้ยังไง คำบอกเล่าที่เว้นวรรคของดาราที่พวกเราไม่คุ้นหน้า (แต่จะต้องถือว่าเป็นนักแสดงหลัก เนื่องจากอยู่ในกรุ๊ป 10 คน) โดยไม่เป็นธรรมชาติเช่นเดียวกันกับตนเองลืมบทกลางคัน และไร้การตัดต่อของคณะทำงานข้างถ่ายทำ ที่ควรจะทำให้มันลื่นไหล นี่ยังไม่นับนักแสดงสมทบนอกเหนือคนอีกทั้ง 10 ที่การแสดงนี่ท่องบทอย่างแกงจับฉ่าย และเล่นใหญ่เสียกระทั่งเฟคมากมายอีกนะ กลับมาที่เรื่องเรื่องราว และการดำเนินเรื่อง หากวินิจฉัยแค่เรื่องราวกับการดำเนิน เรื่องนี้ถือว่าเพียงพอไปวัดไปวาได้บ้าง ถ้าหากแต่การดูภาพยนตร์ พวกเราจะต้องนำดารามาร่วมวินิจฉัย เนื่องจากพวกเขาเป็นหัวใจสำคัญที่ถ่ายทอดเรื่องราวพวกนั้นออกมาด้วยการแสดงของพวกเขา จาก 10 คน มีนักแสดงมืออาชีพ และเล่นถึงอยู่ไม่ถึงครึ่งหนึ่ง กล่าวอีกนัยหนึ่ง…คนเกินครึ่งของ 10 คนที่เป็นตัวละครหลักสำคัญ เล่นได้ออกจะสอบตก ทำให้คนที่แสดงได้โอเคก็ยังแบกไว้ไม่ไหว การรับส่งอารมณ์จึงไปไม่ถึงกันและกันในหมู่ดารา ได้ผลสำเร็จให้ผู้ชมรับอารมณ์ได้อย่างขาดๆเกินๆแปลงเป็นไม่อินไปสุดท้าย ภาพยนตร์เรื่องนี้จึงเกือบจะสอบตกในบัดดล เนื่องจากตัวดารา นี่ยังไม่นับเรื่องราวที่ถึงจะเพียงพอเข้าวัดได้ แต่ก็เรียกไม่ได้ว่าเข้าวัดไปได้อีกทั้งเรื่องนะ เนื่องจากยังมีบางจุดที่เกิดการกระทำที่ไม่สมเหตุสมผลอย่างน่างงในนักแสดงอีกต่างหาก (เพียงแต่จุดนี้ไม่ใช่จุดใหญ่อะไรมากมาย คิดต่อเอาเองได้ ถ้าหากแต่มันเป็นการคิดเองของผู้ชม มิใช่ความต่อเนื่องที่หนังส่งมาให้โดยตรง) น่าเสียดายเอามากๆทั้งที่หากดาราเล่นดี หรือหามืออาชีพกว่านี้มา หนังเรื่องนี้บางทีอาจจะยกฐานะขึ้นมาขั้นหนึ่งเลยทีเดียว อ๋อ…มือตัดต่อ และวางลำดับเรื่องด้วย หากจัดให้เป็นระเบียบเรียบร้อยมากยิ่งกว่านี้อีกนิด คงจะโอเค ซาวน์ตอนที่ยังไม่เกิดอะไรขึ้นข้างในเรื่องนี้ใส่มาได้ไม่ถูกจังหวะ และไม่น่าสนใจเอามากๆเหมือนกับรายการตัดต่อเองของพวกเด็กที่ทำเล่นกันในยูทูป ยังดีที่ตอนเรื่องเริ่มเดินอย่างเป็นจริงเป็นจัง ซาวน์ยังเปิดได้ถูกจังหวะอยู่ ทีแรกๆก็กลัวว่าซาวน์จะมาไม่ถูกเรื่องราวกับครึ่งที่เปิดตัวนักแสดงอยู่เสียอีก หากมองดูในทางการแสดง จะต้องถือว่าดาราคนอื่นนอกเหนือคนที่โอเคอยู่แล้ว แสดงดีขึ้นมาหน่อยนึง ไม่รู้เนื่องจากการบิ้ว หลังจากมีคนตายไปครั้งละคนๆของตัวเรื่องเองหรือไม่ ที่พาให้คิดว่าเขาและเธอพวกนั้น เล่นได้ดิบได้ดีขึ้น เมื่อนักแสดงตายครั้งละคนๆกระทั่งเกือบจะหมดวง และเหลือคนอยู่กรุ๊ปในที่สุดแล้ว บรรยากาศออกจะทำออกมาได้ดิบได้ดี น่าสงสัย ระแวง ไม่น่าเชื่อ และไม่น่าเชื่อถือคนไหนทั้งปวง หากผู้กำกับ หรือมือตัดต่อทำให้บรรยากาศพวกนี้มีตั้งแต่เวลาที่เรื่องเริ่มเกิดขึ้น อาจจะเป็นผลให้การแสดงที่ไม่ถึงกับขนาดของคนหลายท่านในเรื่องถูกมองข้ามไปได้ก็เป็นไปได้ แต่ก็น่าเสียดาย ที่บรรยากาศนี้อยู่แค่เพียงตอนช่วงเวลาสั้นๆเท่านั้น ถึงแม้เรื่องนี้จะดูเหมือนเป็นอาถรรพณ์ของสิ่งลึกลับในป่าดงพงไพร แต่ดูเหมือนกับว่า…เรื่องจริงแล้วจะเป็นฝีมือของมนุษย์เป็นๆที่ยังมีลมหายใจ (แน็ก ชาลี ให้สัมพาษณ์เอาไว้วภาพยนตร์เรื่องนี้มิใช่หนังผี) ซ้ำยังเลวร้ายยิ่งไปกว่านั้น…บางทีอาจอยู่ในกลุ่มของผู้คนอีกทั้ง 10 เองอีกด้วย แต่ตอนสุดท้ายกลับเป็นปลายเปิด ปลดปล่อยให้คิดกันเอาเอง แม้จะมีการใบ้เอาไว้เปลี่ยนๆและตาม นี่บางทีอาจเป็นสิ่งที่คณะทำงานทำขึ้นมา เนื่องจากอยากที่จะให้ผู้ชมเก็บไปถก และคิดเองกันอย่างเมามันส์ แต่เศร้าใจด้วย…มันเป็นสิ่งที่ให้เก็บไปคิดต่อได้อย่างแป๊กเอามากๆคือมันไม่น่าเก็บไปคิดต่อขนาดนั้น เรื่องนี้ขอไม่ให้แต้ม สรุปว่าไม่ถึงครึ่งหนึ่งของคะแนนเต็มตามใจเป็นเพียงพอ หากเข้าไปมองแบบคาดหมายหนังลุ้นระทึก หาตัวฆาตกร แอคติ้งดารา ผ่านไปได้เลยครับ แต่หากไม่คาดหมายอะไร (ราวกับผม) บางทีอาจมองพอกล้อมแกล้มไปได้ หวังว่าหัวข้อนี้จะเป็นตัวตัดสินใจให้คนที่ไม่เคยมอง เลือกได้ว่าจะไปดูหรือไม่นะฮะ ส่วนคนที่มองมาแล้ว คิดยังไงกับเรื่องนี้กันบ้างครับ หากต้องการคุยเกี่ยวกับเรื่องราว ครอบสปอยล์ไว้ด้วยนะ ผมมีคำถามจะมาถามท่านที่มองมาแล้วด้วยว่า…[/wpts_spin]Continue Reading

[wpts_spin]นานๆครั้งที่หนังเวียดนามจะได้โอกาสเข้าฉายในโรงภาพยนตร์บ้านเราแบบวงกว้างและก็ได้รอบฉายค่อนข้างจะเยอะ แถมยังเข้าฉายทั้งสองระบบเป็นบอกภาษาเวียดนามและก็ฉบับบรรยายไทยอีกต่างหาก กุมารทองคำ KUMANTHONG (Thất Sơn Tâm Linh) ฉบับหนังเวียดนามเรื่องนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์จริงในสมัยก่อน โดยตัวหนังบอกเล่าเรื่องราวของหญิงสาวอาภัพอย่าง ซอย (หว่าง เอี๊ยน จีบี) สาวใบ้และก็หูหนวกที่ดำรงชีวิตอยู่ในหมู่บ้านบ้านนอกของปากแม่น้ำโขง ชีวิตของคุณไม่มีอะไรพิเศษนัก จนถึงวันหนึ่งมีชายแปลกหน้าที่เดินทางล่องเรือมาหยุดที่หมู่บ้าน เขาชื่อ ลลิว ฮวน (กวาง ต๋วน) ที่อ้างตัวเองว่าเขาเป็นหมอปราบผีและก็ร่างทรง ซึ่งเขาได้ช่วยเหลือคนในหมู่บ้านจากการโดนมนต์ดำและก็ไสยศาสตร์หลายราย กระทั่งราษฎรเริ่มยกย่องฮวนอย่างเร็ว ไม่นานนักฮวนเริ่มหลงใหลในตัวซอย ทำให้เขาตกลงใจขอคุณแต่งงาน เริ่มแรกซอยรู้สึกโชคดี แต่ไม่นานนักคุณเริ่มค้นพบว่าความรักคราวนี้มาพร้อมกับจุดหมายแอบแฝง เมื่อคุณได้ค้นพบว่าผัวของคุณนั้นมีสมัยก่อนอันลึกลับ และก็กลยุทธ์ร้ายที่ เขาจะดำรงชีวิตมนุษย์เซ่นสังเวยเพื่อทำพิธีกรรมบางสิ่งบางอย่างให้บรรลุผล แล้วคุณจะเอาตัวรอดอย่างไรเมื่อค้นรอบตัวไม่มีใครเชื่อ “สาวใบ้” อย่างคุณเลยสักคน หากแม้กุมารทองคำ KUMANTHONGจะมีวิธีการเดินเรื่องที่ดูเชยๆแต่ด้วยใจจริง ใสซื่อและก็เสนอทั้งหมดทุกอย่างแบบตรงไปตรงมา ชัดตามสไตล์ “หนังไทยโบราณ” อาทิเช่น นางเอกที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ สาวตัวร้ายที่เปิดเผยจริตความมารยาสาไถยให้ผู้ชมเห็นตั้งแต่ต้น คนรอบข้างนางเอกที่ดูไร้ความฉลาด ตัวร้ายในรอยเปื้อนผู้แสดงนำชาย เป็นต้น สิ่งพวกนี้ถูกนำไปผูกอยู่กับวิถีแนวคิดที่ว่า “เกิดเป็นหญิงตามที่เป็นจริงทุกข์ยากลำบาก” ได้อย่างน่าสนใจ เราจะเห็นตั้งแต่ต้นเรื่องว่าซอย เป็นสาวใบ้ที่ถูกสังคมกลั่นแกล้งไม่ว่าจะเป็นเด็กๆที่เห็นคุณเป็นตัวตลกโปกฮา ราษฎรที่ดูคุณ “ต่ำ” กว่าคนทั่วไป (บ่อยครั้งมักจะมีประโยคที่ว่า “คนเป็นใบ้จะไปรู้เรื่องรู้ราวอะไร”) แถมการที่คุณแต่งงานกับฮวน ยังถูกบรรดาสตรีแซ่บๆคนอื่น ดูคุณว่า สตรีคนนี้มีอะไรดีมากกว่าตัวเองกระทั่งถูกสตรีกลุ่มนี้เหยียดหยามด้วยสายตาบ่อย มิหนำซ้ำ หนังยังปรากฏฉากที่ ซอยวิ่งหนีฮวนด้วยความหวาดกลัว หลังจากค้นพบข้อเท็จจริงอันน่าตกใจที่ว่าสตรีที่ล่องหนไป เปลี่ยนเป็นศพนอนไม่มีหัวอยู่ใต้ถุนบ้าน การที่ซอยวิ่งมาขอความช่วยเหลือจากพ่อ แต่โดนผัวตัวเองมาลากตัวกลับไปอยู่ที่บ้านไปแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างเฉย ฉากพวกนี้เป็นเหตุการณ์สะท้อนหัวใจและก็ทำให้ผู้ชมเห็นอกเห็นใจนักแสดงซอย ว่าคุณโดนสังคมรังแกในทุกแบบเลยก็ว่าได้ แน่นอนว่าการที่ผู้ชมได้เห็นนางเอกโดนกระทำย่ำยีมาตลอดทั้งเรื่อง ตอนจุดไคลแมกซ์ที่คุณจำต้องฆ่าให้รอดจากผัวของตน ก็เลยถือเป็นไฮไลท์ที่จัดได้ว่าตื่นเต้น น่าเอาอกเอาใจช่วยนักแสดงอย่างแท้จริง และก็ยังเปิดเผยข้อเท็จจริงที่ว่าสุดท้ายแล้วต่อให้สังคมทำร้ายคุณขนาดไหน สตรีใบ้อย่างซอยก็จำต้องสู้ยิบตา เพื่อให้ตัวเองรอดชีวิตต่อไป หากคนใดอยากจะลองสัมผัสหนังเพื่อนบ้านของเราในโรงภาพยนตร์ นี่เป็นจังหวะที่ไม่น่าพลาด เพราะเหตุว่านานครั้งปีหนถึงจะมีความเพลิดเพลินจากเวียดนามมาขึ้นจอใหญ่ครับ[/wpts_spin]Continue Reading

[wpts_spin]]ทำใจไว้แล้วว่าไม่เกี่ยวอะไรกับภาคแรก แต่ว่าพอดูก็รู้สึกน่าผิดหวังอยู่ดี หนังมาพร้อม High Concept สูงมากมาย มีความทะยานอยากสูง ทั้งการบ้านการเมือง ดราม่า เอเลี่ยน ยันพระเจ้า การสร้างมนุษย์ แต่ว่าดูแล้วราวกับเมากาว มาเล่าแบบแถๆมากยิ่งกว่า เสียดายเซ็ทอัพมัน มันพร้อมจะเป็นหนังที่ดีได้ แต่ว่าหนังเล่าแบบขาดๆเกินๆจะขบขันก็ไม่ตลกเต็มเปี่ยม / จะมุ่งมั่น ก็ไม่ซีเรียสเต็มเปี่ยมอีก มองทีเล่นทีจริงไปหมด เวลาที่ผลงานปัจจุบัน ที่ผ่านมาของผู้กำกับยุทธเลิศ อย่าง ดอกฟ้าหมาแจ๊ส ที่ไฮคอนเซ็ปต์เหมือนกัน (ย้อนเวลา) กลับทำเป็นดีมากยิ่งกว่ามากมาย เพราะเหตุว่ามันไม่เล่าเกินความสามารถ คำพูดตลกหน้าตายก็พอดีกับเส้นมุ่งมั่นของมัน เลยชอบ “ดอกฟ้าหมาแจ๊ส” กว่ามากมายๆ แต่ว่ามือปืน2 มุขหน้าตายมันล้น ราวกับต้องการหน้าตายแต่ว่าคาเฟ่ ต้องการจะมุ่งมั่น แค่ก็ราวกับคุยโว เลยไม่มีอะไรพอดีทุกๆสิ่งทุกๆอย่าง ฉากแอ็คชั่นก็ทำออกมาส่งเดช ยิงกันก็ไม่ดุเดือดอะไรเลย ฉากยิงกันใน “มือปืนดาวพระเสาร์” ยังดุเดือด มีเลือดคลุ้งกว่า (ไม่นับมือปืนเดิม ที่ทำแอ็คชั่นออกมาดี เพราะเหตุว่าหนังมาเวย์ขบขันแอ็คชั่นเต็มตัวอยู่แล้ว) สิ่งที่ดี ที่พวกเราสัมผัสได้ จากหนังหัวข้อนี้ มี 3 สิ่ง 1. เส้นดราม่า โจ๊กโซคูล กับกิ๊บซี่ที่ ต้องการพาคู่รักใกล้ตาย ไปดูแสงสว่างเหนือ (เห็นกระจ่างว่ายุทธเลิศยังเล่าเรื่องดราม่าเล็กๆได้ดิบได้ดี) 2. Setting ประเทศไทยหิมะตก ที่มองแปลกตา และไม่ค่อยมองเห็นในภาพยนตร์ไทยเรื่องไหน 3. เพลงประกอบ ตราบผงดินContinue Reading

[wpts_spin]การที่มีหนังจากรัสเซียมาเข้าฉายในบ้านพวกเรา ก็ถือได้ว่าเป็นข้อความสำคัญให้น่าสน ว่าน้านนานจะมีหนังจากรัสเซียมาสักเรื่อง ก็ย่อมเป็นหนังที่มีอะไรดี หากไม่ปัดกวาดรางวัลในบ้านมาเยอะ ก็จำเป็นต้องทำเงินถล่มทลายถึงได้นำออกไปขายตลาดต่างถิ่น เช่นเดียวกับ Stray หรือชื่อรัสเซียว่า Tvar หมายความว่า “สิ่งมีชีวิต” ปรับปรุงแก้ไขดัดแปลงมาจากนิยายระทึกขวัญ ผลงานนิพนธ์ของ ‘แอนทุ่งนา สตราโรบิเนท ที่ได้รับการตั้งชื่อว่าเป็น สตีเฟน คิง แห่งรัสเซีย ตัวเธอพึ่งจะได้รางวัล ผู้ประพันธ์เยี่ยมยอด จากเวที European Science Fiction Award ปี 2018 มาได้ด้วย นำมาซึ่งการทำให้ Stray เป็นหนังสยองขวัญรัสเซียเรื่องแรกที่ซึ่งสามารถขายไปได้ถึง 30 ประเทศ ฟังดูดีครับผม ว่าหนังคงจะให้รสแปลกใหม่กว่าหนังสยองขวัญฮอลลีวูดที่สร้างกันออกมาแทบจะล้นตลาด รวมทั้งเป็นไปตามคาดครับผม Stray แปลกใหม่จริงครับผม มันคือหนังสยองขวัญที่ไม่มีฉากสยดสยองเลย ไม่มีฉากไหนที่เชิญชวนให้ลุ้นระทึกอย่างที่รู้จัก ว่าเดี๋ยวควรต้องตกอกตกใจ หรือเชิญชวนให้จำเป็นต้องเอามือปิดตา มิได้ตกอกตกใจสักเฮือกจนกระทั่งอยากได้ฉากตุ้งแช่มาสักจึ้กหนึ่ง ทั้งๆที่พลอตเรื่องเปิดโอกาสให้ใส่ฉากสยดสยองได้มากมาย รายละเอียดของหนังก็จำเป็นต้องบอกว่าไม่แปลกใหม่ เป็นพลอตที่ฮอลลีวูดสร้างกันมาไม่เคยทราบกี่ครั้งแล้วกับการที่คู่ผัว-เมีย ไปรับอุปการะกำพร้ามา แล้วกลายเป็นเด็กอันธพาล อิกอร์ และก็พอลีทุ่งนา เสีย “วานยา” ลูกชายวัย 6 ขวบ ไปด้วยอุบัตเเหตุรถยนต์ ผ่านมา 3 ปี พอลีนายังคงเศร้าหมองทำใจกับการสิ้นไปมิได้ อิกอร์จึงพาพอลีทุ่งนาไปสถานที่ดูแลกำพร้าเพื่อให้เลือกรับเด็กชายสักคนมาอุปถัมภ์ค้ำชู มีเด็กให้เลือกมากมายก่ายกองแต่พอลีนาก็เฉพาะเจาะจงเลือกเด็กชายประหลาด และก็ยิ่งกว่าประหลาดก็คือเด็กชายคนนี้ เป็นเด็กตัวเล็ก รูปพรรณสัณฐานน่ากลัว ผิวขาวซีดเผือด หัวล้าน ตัวไม่มีขนสักเส้น ไม่บอก แต่ส่งเสียงขู่แบบสัตว์ร้าย แถมมีเขี้ยวแหลมน่ากลัว ที่สำคัญเด็กชายคนนี้อยู่ในที่เกิดเหตุ ข้าราชการชายในสถานสงเคราะห์ฆ่าตัวตายด้วยการใช้ปืนจ่อศีรษะตนเอง ตรงนี้ล่ะครับผมที่อยากจะ เฮ้อออออ ออกมาดังๆหนังไม่พยายามอธิบายเหตุผลอะไรแม้แต่น้อยว่าทำไมพอลีทุ่งนาถึงควรต้องเฉพาะเจาะจงเอาเด็กน่ากลัวคนนี้กลับบ้าน ทั้งๆที่น่ากลัว รวมทั้งอยู่ในที่เกิดเหตุมีคนเสียชีวิต อีกทั้งแม่ชี และก็ตำรวจก็แย้งว่าอย่าเอาเด็กคนนี้ไปเลย มันคือแผลรุนแรงมากสำหรับหนังสักเรื่อง หากเปิดเรื่องด้วยเรื่องสำคัญแล้วไม่มีซึ่งเหตุผลเหมาะ มันก็เลยสร้างความตะขิดตะขวงตั้งแต่ต้นเรื่อง แล้วบทหนังก็ยังไม่สามารถทำให้คนดูเชื่อฟังไปกับพฤติกรรมขวางโลกของพอลีทุ่งนาได้ พอเพียงเอามาเลี้ยงเด็กนรกก็ยังคงมีคำกริยาเยี่ยงสัตว์ร้าย อิกอร์ไม่เห็นด้วย และก็ขอความช่วยเหลือให้พอลีนาคืนเด็กกลับไปที่สถานสงเคราะห์แต่เธอก็ยืนกรานว่าจะเก็บเด็กไว้ แถมยังตั้งชื่อเด็กน้อยว่า “วานยา” ตามชื่อลูกที่เสียไป หนังก็ดำเนินเรื่องตามแบบนิยมของหนังสยองขวัญ ด้วยการให้อิกอร์สืบหาเบื้องหน้าเบื้อหลังเบื้องหน้าเบื้องหลังของเด็กอันธพาลรายนี้ และก็หาคำตอบว่าทำไมผู้ดูแลถึงฆ่าตัวตาย ก็ถือได้ว่าเป็นปัญหาที่วางไว้ให้พวกเราต้องการรู้คำตอบถึงที่มาของเด็กอันธพาล ซึ่งคำตอบก็จัดว่าแปลกใหม่จากหนังฮอลลีวูด เนื่องจากคำอธิบายถึงตัวตนของเด็กอันธพาลนั้นพาเอาหลุดโลกกันไปเลย ซึ่งแปลก แต่ไม่เคยทราบสึกเหวอหรืออึ้ง ก็ไม่เคยทราบว่าปัญหาที่เกิดกับหนังนี้มีมาตั้งแต่ต้นฉบับที่เป็นนิยายหรือมีการเสริมเติมแต่งโดย โอลก้า โกโรเด็ตสกายา ผู้กำกับคนใหม่ที่เหมารวมตำแหน่งปรับปรุงแก้ไขดัดแปลงนิยายมาเป็นบทภาพยนตร์เองด้วย แต่ปัญหาสำคัญๆของโอลก้า เลย คือเขาไม่สามารถสร้างบรรยากาศสยดสยองให้กับ Stray ได้แม้แต่นิดเลย สร้างหนังสยดสยองแต่ไม่มีความน่ากลัวเลย ก็จัดว่าสอบตกอย่างไม่น่าให้อภัยแล้วล่ะครับผม เอาว่าไม่ใช่แค่ประเด็นนี้ข้อความสำคัญเดียวที่ไม่มีเหตุไร้ผล แต่ในเรื่องยังมีอีกมาก แต่จับมาเอ๋ยถึงมิได้เนื่องจากเป็นการสปอยล์ อีกจุดที่รู้สึกยี้มาก คือมาตรฐานซีจีของหนัง ทำออกมาแบบงี้แล้วเห็นได้ชัดว่าวิทยาการงานวิชวลเอฟเฟกต์ของรัสเซีย ตามหลังจีนอยู่ไกลห่างเลย ฉากโชว์ซีจียาวหลายวินาที แล้วไม่ใช่โชว์แบบมืดๆนะ แต่วางกันสว่าง เต็มหน้าจอให้เห็นจะๆกันไปเลย ว่างานของฉันกากแค่ไหน ทำไมกล้าอวดขนาดนั้นนะ จะหาตรงไหนมาชื่นชมหนังได้บ้างนะ เอาเป็นงานแสดงแล้วกัน ตัวบิดามารดาน่ะพอเพียงผ่านๆไปได้ ไม่มีฉากจำเป็นต้องโชว์ความรู้ความเข้าใจสำหรับในการแสดงอะไรมากมายก่ายกองนัก แต่ที่น่ายกยอคือตัวเด็กอันธพาลนั่นแหละ ที่จำเป็นต้องใส่วิวัฒนาการเข้าไปในตนเองเยอะแยะ ตั้งแต่เป็นเด็กอันธพาลวิ่งและก็เดินแบบ 4 ขา กลายมาเป็นผู้เป็นคนเพิ่มมากขึ้น แต่งตัวดี มีผมเผ้าและก็เริ่มเสวนาติดต่อสื่อสารกับบิดามารดาอุปถัมภ์ค้ำชู หลายๆฉากจำเป็นต้องสื่อความเหี้ยมโหดผ่านทางสายตา นับว่าบทนี้แบกรับภาระหน้าที่สำคัญของหนังเลยล่ะ[/wpts_spin]Continue Reading

[wpts_spin]ส่วนตัวแล้วผมได้ยินมาโดยประมาณหนึ่งถึงความนิยมในมังงะรวมทั้งแอนิเมชั่นเรื่อง ATTACK ON TITAN แม้กระนั้นอย่างไรก็แล้วแต่ภายหลังที่มีการประกาศสร้างหนังรวมทั้งมีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาสำคัญในหนังโดยยิ่งไปกว่านั้นความเคลื่อนไหว “สัญชาติ” นักแสดงจากคนยุโรปให้กลายมาเป็นประเทศญี่ปุ่นด้วยเหตุนั้นจึงถูกทำให้รายละเอียดของนักแสดงรวมทั้งฉากหลังถูกเปลี่ยนแปลงไปพอเหมาะพอควร อย่างไรก็แล้วแต่เมื่อรายละเอียดปลีกย่อยในมังงะถูกเปลี่ยนแปลงใหม่แล้ว พอๆกับว่านี่เป็นการยกเครื่องใหม่ ด้วยเหตุนั้นการชูเอามังงะมาเทียบกับเวอร์ชั่นหนังก็มองไม่ค่อยแฟร์นัก จุดบอดประการสำคัญในเวอร์ชั่นภาพยนตร์นั้นคือการที่หนังมีฉากหลังที่จัดได้ว่าค่อนข้าง “สเกลใหญ่มาก” แม้กระนั้นเนื่องมาจากทุนสำหรับในการสร้างนั้นแม้ว่าจะเป็นหนังทุนสร้างสูงในประเทศประเทศญี่ปุ่นและจากนั้นก็ตาม แม้กระนั้นมันก็ ยังน้อยเกินไปที่จะเนรมิตโลกหลังกำแพงสูงให้ออกมาให้เราเห็นภาพรวมของเมืองมากกว่าจะให้คนดูมองเห็นแต่เพียงหมู่บ้านเล็กๆที่มองคล้ายกับบรรดาบ้านในหนังจีนพลังภายใน หรือแม้กระทั่งเมืองชั้นในที่มองผ่านๆและจากนั้นก็มิได้ให้ความรู้ความเข้าใจสึกว่ามันเป็น “เมืองจริงๆ” นอกเหนือจากนั้นการที่หนังไปเลือกโลเคชั่นสำหรับในการใช้ “เกาะฮาชิมะ” อันเป็นเมืองร้างรวมทั้งเป็นอาคารสูงที่ดูดำทะมึนน่าสยอง (ที่เดียวกับที่ภาพยนตร์ไทยเรื่องฮาชิมะโปรเจ็คไปถ่ายทำ) กลับยิ่งทำให้เราไม่ค่อยรู้เรื่องแบบสถาปัตยกรรมในโลกของ ATTACK ON TITAN สักเท่าไหร่ (เนื่องจากว่าหลายสไตล์เหลือเกิน) attack on titan นอกเหนือจากนั้นการออกแบบนักแสดงในหนังหัวข้อนี้จัดได้ว่าค่อนข้างมีความน่าเบื่อหน่ายสูงมากมาย นอกเหนือจากนั้นตัวหนังมิได้ให้เวลาสำหรับในการให้ผู้ชมมีโอกาสทำความรู้จักนักแสดง จริงอยู่ที่เราบางครั้งอาจจะได้ทราบจะเอเลนผ่านฉากที่เขาอุตสาหะจะเชื้อเชิญมิคาสะไปที่กำแพงเมืองรวมทั้งเสนอคำถามถึง “โลกหลังกำแพง” สะท้อนให้มีความคิดเห็นว่านักแสดงเอเลนนั้นมีความมะทะลุ ถูกใจเสนอคำถามรวมทั้งอุตสาหะออกจากกรอบที่สังคมวางเอาไว้ แต่ยังไม่ทันจะได้เปิดหูเปิดตายักษ์ไททันในตำนานก็เผยตัวขึ้นรวมทั้งพังทลายกำแพงชั้นนอกเพื่อเปิดช่องให้ไททันตัวเล็กตัวน้อยบุกเข้ามาในกำแพงเมืองรวมทั้งไล่กินคนในเขตเมืองชั้นนอกซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรม ทำลายบ้านช่อง เรียกได้ว่าเป็นการรุกรานที่ฆ่าล้างบางกระทั่งมนุษย์ที่เหลือมีชีวิตรอดจำเป็นต้องหนีไปยังเมืองชั้นในที่เป็นเขตเศรษฐกิจ ตัวหนังกระโดดผ่านขณะไปสองปีเอเลนได้อยู่ในกรุ๊ปทหารที่จำเป็นต้องเดินทางออกไปปราบไททันในเขตเมืองชั้นนอก เพื่อหาทางปิดช่องกำแพงเมืองเพื่อไม่ให้ไททันตัวอื่นๆบุกเขามาได้อีก ภารกิจต่อจากนี้คือการที่บรรดานักแสดงในหนังต้องหาทางต่อสู้รวมทั้งเอาชีวิตรอดจากยักษ์ไททัน ซึ่งตัวหนังก็เล่าออกมาได้ในแบบสูตรสำเร็จตามแนวหนังไล่เฉือนนักแสดงเป๊ะๆเพียงแต่ว่านักแสดงในหนังหัวข้อนี้มีความโง่งม ทึ่ม รวมทั้งมีพฤติกรรมเอาชีวิตรอดที่ค่อนข้างไร้สติเท่าๆกับหนังประเทศญี่ปุ่นภาคต่ออย่าง BATTLE RPYALE ภาค 2 ซึ่งเว้นเสียแต่คนดูยังแทบจำชื่อจริงละครมิได้แล้ว ยังต้องการจะให้พวกเขาตายๆให้พ้นหน้าจอหนังไปไวๆเสียรู้[/wpts_spin]Continue Reading

[wpts_spin]หลังจากมองภาคแรกจบไปแล้วโดยที่ไม่เคยรู้เรื่องราวจากหนังสือการ์ตูนมาก่อน ผมก็ตั้งหน้าตั้งตารอภาคจบเพื่อจะมองว่ามันจะขมวดปมทั้งหมดอย่างไร เพราะภาคแรกหากมองข้าม CG ที่เอาคนวางเดินบน bluescreen แล้วตัดต่อเป็นอิสระทันแต่ออกมาราวกับยักษ์ในหนังจักรๆสกุลๆก็จัดว่าทำเป็นดีพอเหมาะพอควร ด้วยรายละเอียดแล้วก็ความมันส์หลายๆอย่างรวมกัน พอมาภาคสองก็เลยต้องมองว่าท้ายที่สุดแล้วจะมันส์กว่าภาคแรกมั๊ย แล้วก็จะจบอย่างไรหนังออนไลน์มันๆ หนังเปิดเรื่องด้วยการเล่าเกริ่นย้อนไปในภาคที่แล้วนิดนึงเพื่อเรียกความจำของผู้ชม และเข้าเรื่องเลยโดยทันที เพราะหนังปูมาตั้งแต่ภาคที่แล้ว ผู้ชมรู้แล้วล่ะว่าอะไรเป็นอะไร แต่หนังกลับกลับหลักสำคัญจากหน้ามือเป็นหลังมือ จากที่เคยเน้นในเรื่องเกี่ยวกับการมานะเอาตัวรอดของมนุษย์จากไททันทั้งหลาย เปลี่ยนมาเป็นหนังเกี่ยวกับการบ้านการเมืองชนชั้นการปกครองซะอย่างงั้น ซึ่งจุดเด่นของเนื้อเรื่องที่มีมาจากภาคแรกถูกตัดทิ้งหมด ในภาคนี้พวกเราแทบไม่เห็นยักษ์ไททันเลย เห็นเพียงแค่เดินผ่านไปผ่านมา แต่มิได้แสดงอิทธิฤิทธิ์อะไรให้มองน่าสะพรึงกลัวเลย ตัวยักษ์ไททันที่พวกเราจะได้เห็นในภาคนี้เปลี่ยนเป็นอุลตร้าแมนแปลงร่างมาสู้กันให้พวกเรามอง ราวกับดูหนังยอดมนุษย์ ซึ่ง CG ขณะที่อุลตร้าแมนสองตัวออกมาก็มิได้เนียนอะไรมากมาย เพียงแค่แปลงจากยักษ์ไททันหน้าเอ๋อๆที่ดูราวกับว่ายักษ์จากละครจักรๆสกุลๆช่อง 7 รุ่งเช้า มาเป็นอุลตร้าแมนของช่อง 9 การ์ตูน ดูแล้วก็ฮาดี แต่ไอ้เจ้ายักษ์หน้าเอ๋อมันยังมองหลอนโรคจิตกว่ามองอุลตร้าแมนตีกันซะอีก แต่ CG ในส่วนที่เจ๋งก็มีนะนะครับ ผมถูกใจขณะที่สู้กับไททันตาเห็นแป๊ะนายพล มันมองค่อยสมกับเป็น Computer Graphic หน่อย ซึ่งเดี๋ยวนี้เจ๋งที่สุดในเรื่องละ เรื่องอารมณ์ของหนังภาคนี้ก็มิได้มีอะไรดึงอารมณ์ผู้ชมให้สนุกสนานตื่นเต้นตามได้แม้แต่น้อย อารมณ์หนังมันมองขัดๆกันตลอดทั้งเรื่อง คิดจะตัดก็ตัด คิดจะยืดก็ยืด อารมณ์ผู้แสดงก็เช่นเดียวกัน อยู่ดีๆคิดจะโหวกเหวกโวยวายก็แพล่มขึ้นมาซะอย่างงั้น คิดจะซึ้งก็ซึ้งประทับใจ มันปราศจากความตลอดเลย ซาวนด์ประกอบก็มิได้ช่วยอะไรตัวหนังเลย กระทั่งผมสงสัยว่าเพราะเหตุใดภาคแรกกับภาคนี้มันช่างต่างกันมากมายขนาดนี้ ภาคแรกทำมาซะดีมาตกม้าตายเอาภาคจบซะงั้น แล้วก็ส่วนท้ายมี End Credit ที่ให้รอดู แต่ดูแล้วก็มิได้ทำให้ต้องการจะมองต่อมากแค่ไหน เพราะมันไร้เหตุผลอะไรที่สนับสนุนเรื่องราวพวกนั้นเลย[/wpts_spin]Continue Reading

[wpts_spin]วันนี้ผู้เขียนจะมารีวิวหนังซูเปอร์วีรบุรุษสุดมันส์ของค่าย Marvel ที่มีชื่อว่า Iron Man (มหาประลัยคนเกราะเหล็ก) กำกับการแสดงโดย จอน แฟฟโรว์ เป็นหนังแนวแอคชั่นซูเปอร์ฮีโร ที่ปัดกวาดรายได้ถล่มทลายไปถึง 585.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นำแสดงโดย โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ รับบทบาท (โทนี่ สตาร์ค),กวินเน็ธ พัล โทรว์ รับบทบาท (เปปเปอร์ พอต),เจฟฟ์ บริดเจ็ดส์ รับบทบาท โอบาไดห์ สเตน (ลุงของโทนี่ สตาร์ค) เทอร์เรนส์ โฮวาร์ด รับบทบาท นาวาอากาศโท เจมส์ โรดส์ (เพื่อนสนิทของโทนี่ สตาร์ค) จอน ฟาฟาโร รับบทบาท แฮปปี้ โฮแกน (บริการ์ดผู็ไม่คดโกงของโทนี่ สตาร์ค) รวมทั้งศิลปินสมทบอีกเยอะมากที่จะมาสร้างความสนุกสนานร่าเริงให้กับคุณในหนังแอคชั่นสุดมันส์ประเด็นนี้ เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อผู้แสดงนำชายของเรื่อง โทนี่ สตาร์คContinue Reading

[wpts_spin]พวกเราเคยดูมา 2 เวอร์ชั่น แต่ว่าเพราะเหตุว่าพวกเราเป็นวัยรุ่น เลยถูกใจเวอร์ชั่น 2003 ที่สุด ที่ซูโหย่งเผิงเป็นดารานำชาย เจียจิ้งเหวินเป็นนางเอก ดาราสวยผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อย บทก็เด่น คำกล่าวมีอถรรส กินใจ บางครั้งมีมุกขำๆบ้าง ฉากบู๊ก็ดูสนุกสนาน ฉากรักก็ซึ้งกินใจ แต่ว่าเวอร์ชั่นนี้ ที่เติ้งเชาแสดงเป็นเตียบ่อกี้ อันอวี่เซียนแสดงเป็นเตี๋ยเมี่ยง ดูมาแทบครึ่งเรื่อง ห่วยแตกหลายมิติจริงๆ เริ่มจาก…1.เตียบ่อกี้ พวกเราว่าเขาใบหน้าไม่ดี รวมทั้งไม่มีเสน่ห์ในการแสดงนะ การสื่อสารทางสายตายังไม่ได้ บางบทควรจะแสดงอารมณ์ความรู้สึกก็ดันทื่อๆซะงั้น บทพูดใช้การไม่ได้เลย บทบู๊ก็พอหยวนๆได้ ไม่ค่อยสมควรจะเป็นเตียบ่อกี้ เพราะเหตุว่ารู้สึกซึมๆเฉยๆแข็งๆมากว่าจะสุภาพ นุ่มนวล ตามแบบฉบับ… (เตียบ่อกี้ฉบับซูโหย่วเผิง เขาตัวเล็กก็จริง ใบหน้าไม่หล่อจัด แต่ว่าน่ารัก แววตา และบุคลิกลักษณะมีเสน่ห์ สดชื่น ดูแล้วมั่นใจว่าเป็นเพศชายที่อบอุ่น จริงใจ และอ่อนไหวง่าย) 2.เตี๋ยเมี่ยง พึ่งจะได้เห็นไม่กี่ฉาก ยังติติงไม่ได้มาก แต่ว่าถ้าหากเทียบใบหน้า ก็ยังไม่สวยพอ ออกมาตอนแรกๆดูโหดเหี้ยม เจ้ายศเจ้าอย่าง เย็นชา วางท่าๆยังไงไม่เคยทราบ (เตี๋ยเมี่ยงฉบับเจียจิ้งเหวิน ให้ความรู้ความเข้าใจสึกปลิ้นปล้อน แสบ กะล่อน แต่ว่ายังซ่อนเร้นความดื้อรั้น น่ารัก มีเสน่ห์ พวกเราเห็นนางเอกแล้วรู้สึกเฉยๆอ่ะ ไม่ถูกใจ) 3.จิวจี้เยี๊ยก พวกเราว่าคนนี้สวยนะ อาจดูมีอายุไปหน่อย การแสดงใช้ได้เลย เทียบกับเกาหยวนหยวน พวกเราว่าก็โอเค ถูกใจแบบทั้งสองคนเลย 4.ฮึงลี้ เวอร์ชั่นนี้ยังกะเด็กบ้าๆบอๆ ปุ๊กหุ่ย น่ารักใช้ได้ เพื่อนเจียว ก็พอผ่าน (แต่ว่าถูกใจคนก่อนมากกว่า) 5.เหล่าพวกพ้องเม่งก่า ใบหน้าแต่ละคน จำเป็นต้องบอกว่าเทียบเวอร์ชั่นก่อนไม่ได้จริงๆสำนักบู๊ตึ๊งน่าผิดหวังมากๆๆๆเอาชุดฉ้วนจินก่าของภาคจอมยุทธอินทรีมาใส่เพราะอะไร แม่ชีมิกจ้อจะสาวไปไหน เตียซำฮงน่าขนลุกไปนะ ดูขาดๆเกินๆทั้งหมดทั้งปวงเลย 6.เจ็บไข้กับบทพูดมาก เทียบกับเวอร์ชั่น 2003 แล้ว คำกล่าวยังมีเสน่ห์ ไพเราะกว่ามาก บทพูดหลายประโยคของประเด็นนี้ ใช้ไม่ได้เลย เสมือนไม่ใช่หนังจีนดาบมังกรหยก 7.ฉาก ภาพพื้นหลัง เอฟเฟคต่างๆมันออกจะจินตนาการโอเว่อร์ไปแล้วล่ะ แบบธรรมดายังดูน่าสนุกกว่าอีก 8.บท เปลี่ยนแปลงหลายฉากเหมือนกัน ก็รู้เรื่องว่าจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงบ้าง แต่ว่าพวกเราว่ามันเว่นเว้อ กินเวลาไปแล้วล่ะ ตัดต่อได้ไม่สนุกซักเท่าไหร่ ทราบดีว่าเวอร์ชั่นนี้ ทุนสร้างต่ำที่สุด แต่ว่าการเลือกเฟ้นดาราคงจะเอาที่ดีกว่านี้มาได้นะ ดูไปก็บ่นไป (บางครั้งก็ขำกลิ้ง) แต่ว่าเพราะเหตุว่าเป็นแฟนตัวยง เลยจำเป็นต้องดู คนไหนเป็นอย่างพวกเราบ้าง มาเมาท์กัน อย่าว่าพวกเรามากเรื่องนะ พี่ชายพวกเราก็คอกำลังภายใน ดูพร้อมทั้งพวกเรา ยังส่ายศีรษะเกือบทุกตอน[/wpts_spin]  Continue Reading

[wpts_spin]ตกลงว่า ไม่ว่าใครจะนับว่ามากมายหรือน้อยมากแค่ไหน ถือเป็นการสปอยล์หนังหรือเผยรายละเอียดสำคัญของเรื่องไหมรวมทั้งยังไง ชื่อหนัง Avengers: Endgame ผลงานควบคุมของสองญาติพี่น้องรุสโซก็บอกตัวมันเองอย่างโทนโท่ว่า นี่คือตอนสุดท้ายหรือผลสรุปของอภิมหาตำนานคุ้มครองป้องกันจักรวาลรวมทั้งโลกของเหล่าซูเปอร์วีรบุรุษ (นับจำนวนไม่ถ้วน) ที่คนทำหนังอุตส่าห์ปลุกปั้นรวมทั้งฟักฟูมมายาวนาน สิริแล้วใช้เวลา 11 ปี ประกอบไปด้วยหนังในเครือข่ายจักรวาลมาร์เวลทั้งมวล 22 เรื่อง และก็อย่างที่รู้กันว่า Avengers: Endgame เป็นตอนต่อโดยตรงจาก Avengers: Infinity War (2018) สิ่งที่อนุมานได้อย่างไม่ยากเย็นก็คือ ภารกิจสำคัญของหนังเรื่อง Avengers: Endgame ย่อมหนีไม่พ้นการถักต่อรายละเอียดของตอนก่อนหน้าที่จบลงอย่างประเภทที่เกือบจะไม่หลงเหลือความปรารถนาใดๆก็ตามให้กับผู้ชมอเวนเจอร์ 4 บรรยายสรุปอย่างย่อย่น เหล่าซูเปอร์วีรบุรุษทั้งทีมอเวนเจอร์สรวมทั้งกลุ่มกัปตันอเมริกา (ซึ่งแตกกันในเชิงอุดมการณ์ในตอน Captain America: Civil War) ลงเอยด้วยความปราชัยอย่างหมดรูป หัวหน้าทีมอย่าง โทนี สตาร์ก กำลังพบเจอวาระสุดท้ายของตนเองนอกโลก แม่ทัพนายกองหลายๆคนจำเป็นต้องเปลี่ยนภาวะเป็นขี้เถ้าผง เนื่องด้วยพลังจากการ ‘ดีดนิ้ว’ ของ ธานอส จอมวายร้ายเจ้าของถุงมือมหาประลัย ซึ่งประดับไว้ด้วยเพชรนิลจินดาครอบครองโลกทั้งยัง 6Continue Reading

[wpts_spin]รีวิว Vagabond เจาะแผนลับเครือข่ายเมืองนรก (คลิกรับชมถึงที่เหมาะนี่) ซีรีส์ฟอร์มยักษ์ของเกาหลีที่ฉายร่วมกับ Netflix ในฐานะซีรีส์ออริจินัล หนังฉายพร้อมเกาหลีอาทิตย์ละ 2 ตอน คืนวันศุกร์กับเสาร์ เกิดเรื่องราวเกี่ยว “ชาดัลกอน” ผู้แสดงนำชายที่มีอาชีพสตันท์แมนออกตามล่าหาตัวการที่ทำให้เรือบินตก ซึ่งเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายมีถึง 211 คน ไม่มีใครมีชีวิตรอด และหลานชายเขาเป็นเยี่ยมในนั้น แต่ว่าแล้วผู้แสดงนำชายกลับได้ร่องรอยจากวิดีโอที่ถ่ายไว้โดยหลายชายบนเครื่องก่อนตก พบว่ามีชายผู้รอดตาย 1 คนจากบนเครื่อง แต่ว่าไม่มีในรายชื่อผู้โดยสารว่าเป็นผู้ใด ยิ่งตามสืบเท่าไรเรื่องราวกลับยิ่งใหญ่โตเกินกว่าที่เขาคาดคิด รีวิวส่วนแรกนี้จะเป็นการรีวิวจาก 8 ช่วงแรก ซึ่งซีรีส์นี้มีทั้งผอง 16 ตอน (รีวิวต่อจาก 8 ช่วงแรกจะอยู่ส่วนท้ายบทความรีวิว) ซึ่งจาก 8 ช่วงแรกนี้เรื่องยังไม่ถึงตอนพลิกผันไปแบบที่เปิดมาในตอนแรกว่าผู้แสดงนำชายดูเหมือนจะแปลงเป็นนักฆ่าไปแล้ว ซึ่งเรื่องราวจะย้อนกลับมายังจุดเริ่มของเรื่องทั้งผอง ปูให้มีความเห็นว่าผู้แสดงนำชายกับหลานชายมีชีวิตอยู่กันสองคน และเป็นชีวิตที่มิได้สุขกายสุขใจนัก เพราะว่าอาชีพสตันท์แมนของผู้แสดงนำชายก็มิได้มีรายได้มากแค่ไหน แถมสุดท้ายก่อนหลายชายขึ้นเครื่องบิน ก็ยังมีดราม่าทะเลาะกันอีก ทำให้แปลงเป็นเงื่อนใหญ่ในชีวิตที่ทำให้ผู้แสดงนำชายก้าวต่อไปมิได้ ถ้าทำให้ประเด็นนี้แน่ชัด หนังอัดฉากแอ็กชั่นใส่ไว้ในเรื่องจำนวนมากดูเหมือนจะทุกตอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงแรกที่ใส่มาแบบจัดเต็ม พร้อมกับโชว์สกิลสตันท์แมน + ฟรีรันนิ่งไล่หลังผู้ร้ายไปทั่วเมืองในประเทศโมร็อกโก ซึ่งทำออกมาได้ระทึกน่าติดตาม แต่ว่าออกแนวอวดเกินจริงมากมายไปสักนิด อย่างฉากที่ผู้แสดงนำชายโดดลงจากตึก 3 ชั้นมาหยุดรถยนต์ที่กำลังวิ่งด้วยความเร็วสูง แต่กลับเกือบจะไม่เป็นอะไรลุกมาบู๊ต่อสดเฉย ซึ่งฉากแอ็กชั่นอีกทั้งเรื่องถ้าไม่คิดถึงความสมจริงเอามันก็พอจะหยวนๆไปได้ แต่ว่าถ้าดูความสมจริงหนังแปลงเป็นโอเวอร์มากจนเกินความจำเป็นหลายชนิด รวมถึงฝั่งตัวร้ายที่มองแอ็กติ้งการแสดงเกินความจำเป็นจนกระทั่งไม่เคยรู้สึกน่าเชื่อถือสมบทบาท ซึ่งมีตลอดตัวร้ายฝรั่งและเกาหลีที่เหมือนอีกทั้งเรื่องจะมีคนดีไม่กี่คนเพียงแค่นั้น เรียกว่าใส่มาเยอะเกินจนกระทั่งไม่ต้องทายใจว่าผู้ใดผู้ร้าย ด้วยเหตุว่าบทเกือบจะเล่นแบบเฉลยคำตอบให้ทราบไปหมดว่าผู้ใดชั่วโคตร เกือบจะไม่ต้องทายใจอะไรทั้งหมดทั้งปวงvagabond ซับไทย หนังมีส่วนของการไต่สวนตามหาหลักฐานต่างๆเยอะ หากแม้ในส่วนเนื้อหาการไต่สวนกลับเกมฝั่งผู้ร้ายกับฝั่งผู้แสดงนำชายจะมองสนุกสนานดี แต่ว่าเหมือนหนังแค่ตั้งอกตั้งใจใส่มาเป็นพล็อตให้มีแอ็กชั่นหรือการไล่ล่าประกอบในตอนเพียงเท่านั้น แล้วหลังจากนั้นก็จบ ทำลายและและปิดหลักฐานไปง่ายๆไม่ค่อยคิดว่าเรื่องราวมีเก็บงำความลับอะไรไว้สักเท่าไหร่ แถมยังรีบเฉลยคำตอบอะไรต่างๆแบบไวทุกตอน แต่ว่าก็บางครั้งอาจจะไม่ใช่ส่วนสำคัญของเรื่องราวหลัก ด้วยเหตุว่านี่ยังเป็นแค่ขั้นแรกๆเพียงแค่นั้น หนังบางครั้งอาจจะยังมีทีเด็ดอะไรมากกว่าเรื่องราวที่ปูในตอนแรก ด้วยเหตุว่าเปิดเรื่องมาผู้แสดงนำชายก็แปลงเป็นนักฆ่าไปแล้ว แตกต่างจากที่ตอนปัจจุบันยังเป็นคนปกติธรรมดาอยู่ (อัพเดท ep7-8) ในส่วนของ EP7-8 จะเล่นเรื่องราวสลับไปๆมาๆระหว่างเกาหลีกับโมร็อคโก รวมถึงมีเหตุสำคัญเกิดขึ้นทั้งคู่ประเทศนี้พร้อมกัน เป็นการแบ่งงานกับสืบเรื่องราวที่เริ่มใหญ่บานปลายขึ้นเรื่อยในจุดนี้ทำได้ลุ้นแบบเฉียดฉิวไปๆมาๆตลอด แต่ว่าก็ติดที่ฉากแอ็กชั่นหลายฉากไม่สมจริงสมจังเอามากๆอย่าง EP8 ที่ข้างผู้แสดงนำชายโดนกระหน่ำล้อมยิงด้วยอาวุธสงครามเป็นชุด แต่กลับใช้ปืนสั้นสู้ยิงสวนได้เกียรติตาเฉยเมย แถมรถยนต์ที่ถูกยิงพรุนลูกกระสุนกลับผิดคนภายในรถยนต์เลย ซึ่งจากที่มองคนสร้างคงมิได้มีความรู้สึกว่าจะมีผลให้สมจริงสมจังอะไรมากมายอีกแล้ว เรียกว่าเป็นหนังย้ำมันระห่ำไว้ก่อนก็พอ ซึ่งถ้าผู้ใดไม่สนในจุดนี้ก็ถือว่าหนังทำออกมาได้สนุกสนานและสเกลใหญ่เกินกว่าซีรีส์ธรรมดามากมาย[/wpts_spin]Continue Reading